ข้อดีของไม้สนแดง

ทำไมต้องใช้ไม้สนแดงจากประเทศแถบสแกนดิเนเวียน

     ประเทศแถบทวีปยุโรปเหนือในโซนสแกนดิเนเวียน ประกอบด้วย เดนมาร์ค ฟินแลนด์ ไอซแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน 
     1) เป็นไม้ที่หาได้ใช้งานได้อย่างไม่มีการขาดแคลน เนื่องจากแถบสแกนดิเนเวียนมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเป็นป่าไม้ จึงเป็นแหล่งทรัพยากรที่ทำให้เกิดอุตสหกรรมป่าไม้แหล่งใหญ่ จึงทำให้ไม่มีการขาดแคลนไม้ที่ส่งออกไปประเทศต่างๆ ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถหาไม้มาใช้ได้อยู่ตลอดเวลา และราคาไม้ค่อนข้างจะคงที่อยู่เสมอ


         ภาพป่าไม้ในแถบพื้นทีสแกนดิเนเวียที่มีตลอดทุกฤดู

     2) เนื้อไม้มีความหนาแน่นเพียงพอที่สำหรับงานโครงสร้างต่างๆ เนื่องจากไม้สนเติบโตได้เร็วในช่วงอากาศร้อน และเติบโตได้ช้าในช่วงอากาศหนาว แต่เนื่องจากประเทศในโซนสแกนดิเนเวียนมีอากาศหนาวจัดยาวนานประมาณ 8 เดือนต่อปีและช่วงอากาศร้อน 4 เดือนต่อปี ซึ่งมีช่วงอากาศยาวนานต่อปีทำให้ไม้สนเติบโตช้าจึงทำให้เกิดวงปีที่หนาแน่นเรียงชิดกันหรือมีความหนาแน่นมากกว่าไม้สนที่โตในประเทศฤดูหนาวสั้นกว่าและอุณหภูมิสูงกว่า เช่น ไม้สนจากโซน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  

     3) อายุไม้ที่ใช้เป็นไม้อายุ 80 -120 ปี ซึ่งเป็นไม้ที่มีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้างหรืองานตกแต่งทั่วไป

 
    ภาพความหนาแน่นของไม้ที่เหมาะแก่การนำไปใช้งานต่างๆ ได้อย่างดี
    
     4) ไม่ทำลายธรรมชาติเนื่องจากมีป่าปลูกทนแทนหมุนเวียนทรัพยากรอยู่ตลอดเวลา  

     5) ไม่ทำให้เกิดมลภาวะเทียบเท่ากับการก่อสร้างด้วยเหล็กและคอนกรีตโดยมีการวิจัยในเรื่องการใช้พลังงานสำหรับผลิตชิ้นงานไม้ว่าใช้พลังงานประมาณ 350 KWH/M3 ขณะที่คอนกรีตใช้ 700 KWH/M3 เหล็กใช้ 46,000 KWH/M3 และอลูมิเนียมใช้ 141,500 KWH/M3 จะเห็นได้ว่าไม้ใช้พลังงานในการผลิตชิ้นงานออกมาได้ต่ำกว่าซึ่งทำให้ก่อเกิดมลพิษได้น้อยกว่ามาก

     6) ลายไม้มีความสวยงามเนื่องจากมีวงปีที่เรียงกันชิดแน่น ทำให้เห็นลายเส้นไม้ละเอียด 

    
               ภาพแสดงลายไม้ และความละเอียดของไม้ที่เรียงกันชิดแน่น

     7) สีของไม้เป็นสีที่อ่อน ทำให้ใช้ในงานตกแต่งในโทนสีอ่อนได้ หากต้องการตกแต่งด้วยโทนสีเข้มก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์สีเปลี่ยนเป็นสีโทนเข้ม เช่น เปลี่ยนเป็นสีไม้สัก ไม้วอลนัท ไม้แดง หรือไม่ก็ทาสีทึบทั่วไปได้ ขณะที่การใช้ที่มีสีเข้มเช่น ไม้สัก ไม้แดง ฯลฯ จะไม่สามารถทาสีที่โชว์ลายไม้ที่เป็นสีอ่อนได้

     8) การอัดน้ำยารักษาเนื้อไม้ ไม้สนแดงซึ่งเป็นไม้ที่อัดน้ำยาได้ดีเนื่องจากเป็นไม้ลักษณะโครงสร้างของเซลล์ที่สามารถให้น้ำยาที่อัดเข้าไปแทรกซึมได้ลึก จึงทำให้น้ำยาอยู่คงทนนาน


  
    ภาพแสดงการอัดน้ำยาไม้เพื่อให้ไม้มีความทนทานต่อการถูกทำลายเนื้อไม้

    
9) ความ ทนทาน ไม้สนแดง เป็นไม้สนแดงผ่านการอัดน้ำยา Copper Azole ที่ช่วยป้องกันไม้จากปลวก แมลงต่างๆ เชื้อรา จุลลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการผุกร่อนของไม้ นอกจากนี้น้ำยานี้ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    10) ราคาของไม้สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับไม้ที่ใช้ทำโครงสร้างต่างๆในเมืองไทย เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง

    11) ง่ายต่อการใช้งาน เนื่องจากเป็นไม้ชนิดหนึ่งที่การยึดเกาะของตะปูชนิดต่างๆได้เป็นอย่างดี ทำให้ทำงานได้ง่าย

    12) เก็บเสียงได้ดี เนื้อไม้สามารถดูดซับเสียงได้ดี เพราะอัตราความเร็วของคลื่นเสียงที่ผ่านไม้มีค่าที่ต่ำกว่าวัสดุก่อสร้างอีกหลายประเภท ซึ่งไม้สนยังเป็นไม้ที่ใช้ทำผนังในโบส์ หรือสถานที่แสดงการดนตรีต่างๆ นอกจากนี้เครื่องดนตรีบางประเภทเช่น ไวโอลีน เปียโน ฯลฯ ก็ยังใช้ไม้สนเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญของเครื่องดนตรีประเภทเหล่านี้

    13) ช่วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำฐานรากของอาคารต่างๆ เนื่องจากไม้มีน้ำหนักเบา จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องลงทุนกับค่าใช้จ่ายในการทำฐานรากอาคารเพื่อรับน้ำหนักมาก

    14) ป้องกันความร้อนได้ดี ไม้มีคุณสมบัติการนำความร้อนที่ต่ำ ทำให้ความร้อนจากภายนอกอาคารเข้ามาสู่ภายในภายนอกอาคารได้ยาก ดังนั้นจึงการสามารถลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้ หรือประหยัดไฟฟ้ามากขึ้นนั้นเอง โดยไม้ที่มีความชื้นที่ 12% เทียบเท่าความชื้นเมืองไทยจะมีการนำความร้อนที่ต่ำกว่าคอนกรีต 6 – 20 เท่าตัว

    15) การพังทลายของอาคารที่มีโครงสร้างไม้จะพังได้ยากกว่า แม้ว่าไม้จะเป็นฉนวนเชื้อเพลิงได้อย่างหนึ่งแต่เมื่อเกิดเพลิงไหม้ ไม้จะมีคุณสมบัติที่รักษาความแข็งแรงขณะเกิดการเผาไหม้ได้ดี หากเทียบกับโครงสร้างเหล็กเมื่อเจอการเผาไหม้แล้วเหล็กจะไม่สามารถรักษาความแข็งแรงได้ดีเทียบเท่า ประกอบด้วยไม้มีคุณสมบัตินำความร้อนที่ต่ำกว่าเหล็กและคอนกรีตทำให้อาคารเกิดพังทลายอย่างรวดเร็วกว่า 

    16) ไม้มีคุณสมบัติเป็นฉนวนป้องกันไฟฟ้าได้ดี หากสังเกตุทั่วไปบางประเทศยังใช้ไม้ในการทำเสาไฟฟ้าในที่ต่างๆ

    17) มีการผลิตไม้ที่ได้มาตรฐานรับรองจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ISO 9002 และ ISO 14000

    
    ภาพใบรับรองจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ISO 9002 และ ISO 14000


    18) ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง
    ·  ประหยัดวัตถุดิบ
    ·  ค่าแรงงานเนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างไม้ใช้เวลาทำที่สั้นกว่างานก่อสร้างแบบคอนกรีต
    ·  เครื่องมือที่ใช้สำหรับงานไม้เป็นเครื่องมือทั่วไปที่ราคาไม่แพงทำให้ลดต้นทุนในการใช้เครื่องมือก่อสร้างได้
    ·  ลดความเสี่ยงจากการลงทุนในเรื่องค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเนื่องจากใช้เวลาก่อสร้างแบบโครงสร้างไม้ที่เร็วกว่างานก่อสร้างแบบโครงสร้างคอนกรีต
    ·  มีต้นทุนการดูแลรักษาที่ต่ำกว่า
    ·  ประหยัดพลังงานเนื่องจากวัสดุไม้มีคุณสมบัติทางธรรมชาติที่เป็นฉนวนกันความร้อน
    ·  
หากเปรียบเทียบต้นทุนสำหรับงานก่อสร้างโดยโครงสร้างไม้รวมถึงระบบการป้องกันความร้อนโดยคำนึงถึงการบำรุงรักษา การก่อสร้างด้วยโครงสร้างเป็นอีกทางเลือกที่ต้องพิจารณา
    ·  ง่ายต่อการทำฐานรากกว่าโครงสร้างคอนกรีตในเชิงที่ประหยัดต้นทุนและความรวดเร็วในการก่อสร้าง
© Copyright 2007 Flexiplan Co., Ltd. Powered by ThaiEshop.NET