แนวทางการจัดฮวงจุ้ย
 ฮวงจุ้ยเชิงพลังธรรมชาติ              
                    
                          โดย อ.เกริกวิชญ์  กฤษฎาพงษ์ 

     คำว่าฮวงจุ้ยนั้นก็หมายถึงลมกับน้ำ โดยคำว่าฮวง”นั้นคือลม ส่วนคำว่าจุ้ยนั้นแปลว่า”น้ำ”นั้นเองซึ่งทั้งสองอย่างนี้ก็เป็นพลังที่ธรรมชาติบนโลกนี้ได้สร้างขึ้น ซึ่งหากอ้างถึงสิ่งของที่ไหลได้ในเชิงวิศวกรรมนั้นก็จะมีลมกับน้ำที่เป็นวัตถุที่ไหลได้ โดยแท้จริงแล้วฮวงจุ้ยในเชิงพลังงานนั้นว่าด้วยการบริหารพลังจากของไหลทั้งสองอย่างนี้เป็นหลัก ซึ่งนักจัดฮวงจุ้ยหรือซินแสที่ดีจะต้องคำนึงถึงการไหลเวียนของพลังและรู้จักเหนี่ยวนำให้กระแสพลังที่ดีนั้นไหลเข้าสู่บ้าน ขณะเดี่ยวกันก็ต้องนำพลังที่เสื่อมให้ไหลออกนอกบ้าน 
     
     โดยหลักแท้จริงของการบริหารพลังธรรมชาตินั้นใช้หลักการวิชาในเชิงชัยภูมิของสถานที่จริงและหลักวิชาว่าด้วยการคำนวณองศาทิศทางจากทิศจริงๆมาประยุกต์กัน ซึ่งจะต้องคำนึงถึงชัยภูมิมีจุดจ่ายกระแสพลังงานที่ดีมากจากองศาทิศทางที่ดีและยังมีชัยภูมิที่รองรับกักเก็บพลังที่ดีไว้ภายในที่พักอาศัยหรือสถานที่ประกอบการของเราอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันก็ต้องมีจุดปล่อยกระแสพลังที่ไม่ดีจากชัยภูมิของที่พักเราในองศาทิศทางที่ถูกต้อง 

     ซึ่งจากหลักการข้างต้นนั้นหลักชัยภูมิก็จะต้องสอดคล้องกับหลักของสถาปัตยกรรมด้วยเพื่อให้ที่อยู่อาศัยและอาคารต่างๆ เพื่อให้มีความสมบูรณ์ในทุกๆด้านด้วย เนื่องจากจุดจ่ายกระแสพลังงานส่วนใหญ่ก็จะว่าด้วย ประตู หน้าต่าง ช่องลม ส่วนจุดเก็บกักกระแสพลังงานก็จะว่าจะเป็นลานโล่งภายในบ้านซึ่งอาจจะเป็นห้องโถงสำหรับรับแขกเป็นต้น ดังนั้นฮวงจุ้ยชัยภูมิที่ดีจะต้องสอดคล้องกับหลักของสถาปัตยกรรมด้วย ไม่ใช่ว่าฮวงจุ้ยดีแต่การใช้งานในแง่สถาปัตยกรรมนั้นไม่เหมาะกับการเป็นอยู่ของคนจริงก็จะเรียกว่าฮวงจุ้ยที่ดีได้อย่างไร

     สำหรับวิชาว่าด้วยองศาทิศทางนั้นจะเกี่ยวข้องกับองศาของแกนแม่เหล็กโลกจริง ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าเข็มทิศนั้นจะหันลูกศรไปตามทิศเหนือเสมอเนื่องจากโลกนั้นมีกระแสแม่เหล็กวิ่งจากทิศใต้ไปทิศเหนืออย่างสม่ำเสมอและคงที่ ซึ่งการวัดองศานั้นวัดได้โดยเข็มทิศทั่วไป เข็มทิศจีนโบราณหรือหล่อแก่ ซึ่งปัจจุบันอาจใช้กล้องวัดองศา หรือจานวัดแดดที่ใช้เงาตกกระทบของแดดมาคำนวณองศา ซึ่งจากองศาที่วัดมาได้ตามสถานที่ต่างๆนั้นจะนำมาคำนวณพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายในบ้านหรืออาคารต่างๆได้ทำให้เรารู้ว่าทิศทางไหนมีพลังงานที่ดี ทิศไหนมีพลังงานที่ร้ายโดยการคำนวณพลังดังกล่าวจะมีแนวคิดมากจากการคำนวณวงโคจรดาวเคราะห์ต่างๆ โดยเฉพาะดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่และมวลมากที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล เช่นดาวพฤหัสและดาวเสาร์นั้นเอง 

     นอกจากนี้หลักวิชาเกี่ยวกับองศาทิศทางที่กำหนดพลังดีและพลังร้ายยังอ้างถึงหลักการปรับความสมดุลของพลังดีและพลังร้ายด้วยปฏิกิริยา 5 ธาตุ (ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ) ซึ่งทำให้เกิดความสมดุลในด้านพลังงานด้วย ซึ่งอธิบายความสมดุลของพลังงานนั้นเกิดจากวงจรของธาตุโดย บางธาตุก่อเกิดอีกธาตุ บางธาตุทำลายหรือควบคุมอีกธาตุ หรือบางธาตุถ่ายเทกำลังของอีกธาตุ โดยคนจีนนั้นอธิบายว่าได้ว่าทุกสรรพสิ่งนั้นแจกแจงธาตุต่างๆจาก รูปแบบของพลังงาน วัตถุธาตุของสรรพสิ่งนั้น รูปทรง สี ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นสรรพสิ่งที่เป็นรูปธรรมหรือนามธรรมชนิดใดก็ตามก็ยังสามารถแจกแจงเป็นธาตุต่างๆได้ และเมื่อแจกจากทุกสรรพสิ่งเป็นธาตุแต่ละธาตุได้ก็สามารถใช้หลักปฏิกิริยาธาตุนี้ควบคุมพลังงานทางธรรมชาตินั้นได้  

     สำหรับการการตั้งสิงโตเพื่ออำนาจยศศักดิ์, การติดยันต์แปดทิศเพื่อป้องกันความเสื่อม, การติดเสือคาบดาบเพื่อป้องกันทางสามแพร่ง, ตั้งรูปปั้นมังกรเขียว เสือขาว ต่างๆนานา แม้กระทั้งการใช้ตัวเลขนำโชค ที่มีให้อ่านตามร้านหนังสือหรือตาราในเมืองไทยเป็นส่วนใหญ่นั้นเป็นเพียงการปรับฮวงจุ้ยในเชิงสัญญาลักษณ์เท่านั้นซึ่งไม่ได้มีผลทางพลังงานที่แท้จริง
© Copyright 2007 Flexiplan Co., Ltd. Powered by ThaiEshop.NET