บทความตีพิมพ์
น้ำกับฮวงจุ้ย
น้ำกับฮวงจุ้ย

                          โดย อ.เกริกวิชญ์ กฤษฎาพงษ์

     ฮวงจุ้ยนั้นเป็นเรื่องการบริหารพลังธรรมชาติของลมและน้ำเป็นหลักโดย เคล็ดวิชาได้กล่าวว่าลมนั้นนำพาพลังส่วนน้ำนั้นสะสมพลัง แต่อย่างไรก็ตามน้ำก็เป็นสิ่งที่ใช้ในการนำพาพลังได้เนื่องจากคุณสมบัติที่ไหลได้ของมันนั้นเอง หากอ้างถึงสิ่งของที่ไหลได้ในเชิงวิศวกรรมนั้นก็จะมีลมกับน้ำที่เป็นวัตถุที่ไหลได้ เมื่อลมนั้นนำพาพลังได้น้ำนั้นก็ทำนำพาพลังได้เช่นกัน ซึ่งเราก็จะสามารถใช้ทั้งน้ำและลมในการเหนี่ยวนำกระแสพลังที่ดีนั้นให้ไหลเข้าสู่บ้านหรืออาคารต่างๆ ขณะเดียวกันก็ต้องนำพลังที่เสื่อมให้ไหลออกนอกบ้านหรืออาคารได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเราจึงควรมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้น้ำในเชิงของฮวงจุ้ยกัน 

     น้ำนั้นสามารถสะสมพลังได้ตัวอย่างเช่นเมื่อเราสังเกตเวลาเราไปเล่นน้ำที่ทะเลนะช่วงเช้าประมาณ 7 – 8 โมงซึ่งเป็นเวลาที่แดดนั้นออกแล้วแต่เรายังรู้สึกน้ำนั้นเย็นอยู่เพราะเนื่องจากน้ำสะสมพลังความเย็นจากเวลากลางคืนนั้นเอง สาเหตุที่น้ำนั้นสะสมพลังความเย็นได้นั้นเนื่องจากมีคุณสมบัติที่คลายความร้อนได้ช้ากว่าพื้นดินทั่วไปและน้ำก็ยังดูซับความร้อนได้ช้ากว่าพื้นดินอีกด้วย ดังนั้นน้ำจึงสามารถช่วยสร้างความเย็นให้กับบ้านและอาคารสถานที่ต่างๆได้อีกด้วยเพราะคุณสมบัติการคลายความร้อนที่ช้านี่เอง แต่อย่างไรก็ตามการมีบ่อน้ำที่จะสะสมพลังให้เกิดความเย็นได้จะต้องมีความลึกเพียงพอซึ่งควรจะลึก 1.5 เมตรเป็นอย่างน้อย เช่นเดียวกับเรื่องความเย็นที่น้ำนั้นสะสม พลังธรรมชาติต่างๆก็เกิดการดูดซึมโดยน้ำได้ ดังนั้นจึงสามารถมองได้ว่าน้ำนั้นเป็นตัวสะสมพลังต่างๆ 

     ส่วนการนำพาพลังจากนั้นเป็นไปได้อย่างไร ซึ่งหากเป็นแม่น้ำนั้นจะสั่งเกตุได้อย่างชัดเจนว่าน้ำนั้นจำพาตะกอนมาสะสมตัวอยู่ได้นั้นหมายความว่าน้ำนั้นสามารถนำพาสิ่งต่างๆได้ สังเกตได้จากบริเวณแม่น้ำภายในโค้งตะกอนจะสะสมตัวทำให้พื้นที่ดินในโค้งนั้นขยายมากขึ้นเรื่อยได้ ลักษณะการไหลของน้ำนั้นจึงสามารถนำพาพลังได้ จึงเป็นสาเหตุให้ซินแสสมัยก่อนนิยมบ้านที่มีหน้าบ้านเป็นสายน้ำและดูแนวของกระแสน้ำนั้นเหมือนแนวกระแสที่จ่ายพลังมาสู่บ้าน

     นอกจากนี้การที่น้ำนั้นเคลื่อนไหวก็นำพาพลังได้เช่นการตั้งน้ำพุซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีการกระจายของพลังงานที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่น้ำที่เคลื่อนไหวแต่ยังทำให้อากาศหรือลมนั้นเคลื่อนไหวด้วยเนื่องจากน้ำพุนั้นแหวกอากาศและแรงตกกระทบของน้ำที่พุ่งขึ้นไปสู่บ่อน้ำนั้นก็ก่อให้เกิดการกระแทกของอากาศอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นสภาพการกระแจพลังอย่างชัดเจน ซึ่งโอ่งน้ำล้นก็มีหลักการเคลื่อนไหวของน้ำคล้ายกับสภาพน้ำพุหรือเหมือนน้ำพุเล็กๆในโอ่งเท่านั้นโดยมีการกระจายพลังที่น้อยกว่าน้ำพุ ส่วนน้ำตกนั้นก็มีการเคลื่อนที่ของน้ำในลักษณะการไหลจากที่สูงลงต่ำก็ทำให้เกิดการกระแทกของน้ำและอากาศเพียงแต่จะต้องมีการตั้งให้น้ำตกนั้นหันมาให้ถูกทิศทางซึ่งการตั้งน้ำตกนั้นถ้าทิศทางที่ดีนั้นหรือมีพลังที่ดีก็ต้องหันน้ำไหลและตกมาสู่ช่องเปิดที่เป็นประตู หน้าต่าง ช่องลมของบ้านและอาคาร ซึ่งต่างจากน้ำพุและโอ่งน้ำล้นที่มีการกระจายพลังรอบทิศทางอย่างเท่าๆกัน 


ภาพน้ำพุทีมีการกระจายพลังอย่างมาก (ภาพจาก http://fwmail.teenee.com)


ภาพน้ำพุจาก Suntec City ประเทศสิงค์โปร์ที่ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยที่เชื่อกันว่าเป็นน้ำพุแห่งความเจริญรุ่งเรื่อง โดยน้ำนั้นจะไหลจากที่สูงลงกระทบพื้นซึ่งดึงอากาศหรือลมมาด้วยเพื่อให้กระแสพลังลมนั้นกระจายไปทั่วชั้นล่างหรือใต้ดินที่เป็นหน้าร้านต่างๆ (ภาพจาก www.srn.ac.th)

     น้ำพุ น้ำตก โอ่งน้ำล้น กังหัน นั้นเป็นน้ำเคลื่อนไหวที่ปัจจุบันนั้นมักใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการทำงานซึ่งจะมีการกระจายพลังมากกว่าการตั้งตู้ปลาที่ซินแสสมัยก่อนนิยมทำกันเนื่องจากสมัยก่อนไม่มีไฟฟ้าเหมือนสมัยปัจจุบันจึงคิดค้นโดยการใช้การเคลื่อนไหวของปลาที่ทำให้น้ำมีสภาพเคลื่อนไหวเกิดขึ้นจึงสามารถช่วยกระจายพลังได้ แต่ทั้งนี้ตู้ปลานั้นจะต้องไม่มีฝาครอบที่ปิดกันการกระจายพลังจากน้ำที่เคลื่อนไหวด้วย แต่หากเทียบกับสมัยปัจจุบันแล้วหากต้องการใช้น้ำกระจายพลังก็เลือกใช้น้ำพุ น้ำตก โอ่งน้ำล้นที่มีการกระจายพลังมากกว่าตู้ปลานั้นดีเสียกว่า แถมตู้ปลานั้นยังมีขนาดใหญ่ซึ่งบางทีไปวางในตำแหน่งประตู หน้าต่างในทิศที่ดีก็มักจะไปขวางกระแสลมที่น้ำพาพลังที่ดีนั้นเข้ามาอีกด้วย

       
ภาพตู้ปลาที่ใช้หลักการเคลื่อนไหวของปลาก่อเกิดกระแสพลัง   ภาพโอ่งน้ำล้นซึ่งเปรียบเสมือนน้ำพุเล็ก

     คนบางคนนั้นมีความเชื่อว่าการตั้งน้ำเกิดโชคลาภซึ่งอาจจะไม่จริงเสมอไป อย่างเช่น การตั้งตู้ปลาในทิศที่ดีแต่ไปขวางกระแสลม ก็กลายเป็นที่จะได้รับพลังที่ดีจากกระแสลมที่มีการกระจายพลังมากกว่าก็จะได้การกระจายพลังเล็กน้อยจากตู้ปลาแทน หรือการตั้งน้ำพุ โอ่งน้ำล้น น้ำตก หน้าบ้านก็ใช่ว่าจะนำโชคลาภเสมอเนื่องจากหากเป็นทิศร้ายการกระจายพลังของน้ำเคลื่อนไหวเหล่านี้ก็จะทำพลังร้ายนั้นกระจายเข้าสู่บ้านและอาคารต่างๆได้ หรือบางคนบอกว่ามีบ่อปลาอยู่กลางบ้านนั้นไม่ดี ซึ่งก็ยังสรุปไม่ได้ว่าไม่ดีจริงหรือไม่เพราะหากจุดกึ่งกลางบ้านเป็นทิศมีพลังดีสถิตอยู่ก็กลายเป็นว่าการมีบ่อปลากลางบ้านนั้นเป็นสิ่งที่ดีมากกว่า 


ภาพบ่อปลาที่ใช้การเคลื่อนไหวของปลาทำให้น้ำเคลื่อนไหวเป็นจุดก่อเกิดกระแสพลัง

     โดยทั่วไปคนมักจะถามว่าการตั้งน้ำเคลื่อนไหวนั้นจะต้องเปิดให้ เปิดน้ำพุ น้ำล้น น้ำตก ฯลฯ นั้นเคลื่อนไหวตลอดเวลาเลยหรือไม่ จริงแล้วการเปิดน้ำพุ น้ำตก น้ำล้นนั้นตลอดเป็นสิ่งที่ดีแต่ก็นำมาซึ่งการสิ้นเปลืองของค่าใช้จ่ายจากค่าไฟฟ้าที่ต้องเสีย โดยเราควรจะเปิดน้ำเคลื่อนไหวเหล่านี้ก็ต่อเมื่อเราเปิดช่องลม ประตู หน้าต่างของบ้านบริเวณที่ตั้งน้ำเคลื่อนไหวนั้นเพื่อให้ได้รับการกระจายพลังจากน้ำเคลื่อนไหวนั้นเข้าสู่บ้านโดยตรง เพราะหากปิดประตู หน้าต่าง ช่องลมนั้นก็อาจทำให้การกระจายพลังงานจากน้ำนั้นไม่สามารถเข้าสู่บ้านได้อย่างชัดเจน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็จะเปิดน้ำเคลื่อนไหวในตอนกลางวันที่เราเปิดบ้าน ขณะที่เปิดน้ำเคลื่อนไหวเมื่อเราปิดบ้านนั้นเอง 

     ขณะที่น้ำนั้นช่วยสะสมแล้วพาพลังที่ดีมาสู่บ้านหรืออาคารต่างๆได้นั้น น้ำก็นำพาพลังร้ายออกจากบ้านและอาคารต่างๆนั้นได้อีกด้วย เช่นการระบายน้ำออกจากบ้านในทิศร้ายก็จะนำพาพลังร้ายนั้นออกไปด้วย โดยท่อระบายน้ำของบ้านนั้นควรอยู่จุดที่มีพลังร้ายอยู่เนื่องจากสภาพการระบายน้ำทิ้งนั้นเป็นการถ่ายเทพลังไม่ดีจากบ้านโดยการใช้น้ำนำพาพลังที่ไม่ดี หรือไม่บริเวณไหนเป็นทิศไม่ดีหรือทิศร้ายก็ทำพื้นที่ให้ลาดเทออกจากบ้านเพื่อไม่ให้มีน้ำขังสะสมตัวพลังในทิศร้ายโดยสภาพการไหลออกจากพื้นที่ลาดเอียงนั้น 

     สรุปว่าน้ำนั้นมีคุณสมบัติสะสมพลังได้และก็ยังนำพาพลังได้ดีด้วย จากคุณสมบัติของน้ำนั้นจึงต้องทำให้เราระวังให้ดีในการตั้งน้ำให้ทิศทาง เพราะหากตั้งในทิศที่ดีก็สะสมพลังที่ดีและถ้าเป็นน้ำเคลื่อนไหวก็กระจายพลังที่ดีออก แต่ถ้าหากเป็นพลังที่ร้ายน้ำนั้นก็ให้โทษจากการสะสมและกระจายพลังจากทิศร้ายนั้นได้เช่นกัน ทั้งนี้การจะรู้ว่าทิศไหนเป็นทิศดีและร้ายได้ก็จะต้องใช้วิชาเกี่ยวกับองศาทิศทางของฮวงจุ้ยเป็นตัวพิจารณาจึงจะรู้ได้อย่างชัดเจนว่าทิศใดของบ้านหรืออาคารนั้นดีและทิศใดเป็นทิศร้าย เช่น วิชาเสวียนคงปวยแช หรือ ดาวเหินที่คำนวณพลังดีและร้ายจากวงโคจรดาวเคราะห์ต่างๆ โดยเฉพาะดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่และมวลมากที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล เช่นดาวพฤหัสและดาวเสาร์
© Copyright 2007 Flexiplan Co., Ltd. Powered by ThaiEshop.NET