|
บทความฮวงจุ้ยทั่วไป แสงสีกับฮวงจุ้ย |
แสงสีกับฮวงจุ้ย
โดย อ.เกริกวิชญ์ กฤษฎาพงษ์ ชาวจีนนั้นชื่อว่าทุกสรรพสิ่งไม่ว่าจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมนั้นสามารถแบ่งออกเป็นธาตุต่างๆทั้ง 5 ธาตุ (ดิน ธาตุทอง ธาตุน้ำ ธาตุไม้ ธาตุไฟ) โดยมีการพิจารณาจากสิ่งต่างๆ ซึ่งสีนั้นก็เป็นตัวพิจารณาในของธาตุนั้นๆเช่นเดียวกัน โดยการแจกแจงธาตุต่างๆ เป็นสีสัน ดังนี้ ตารางแสดงการแบ่งสีต่างๆให้สอดคล้องกับธาตุ
ที่นี้เราแบ่งสีต่างๆเป็นธาตุได้อย่างไร ทั้งนี้เราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาของสีก่อน สีนั้นเกิดจากธรรมชาติของแสง ซึ่งหากเรียนวิทยาศาสตร์สมัยเด็กๆนั้นจะมีการทดลองเรื่องการใช้แสงผ่านแท่งแก้วปริซึม โดยเมื่อแสงผ่านแก้วปริซึมนั้นจะเกิดการหักเหของแสงเนื่องจากว่าแก้วปริซึมมีความหนาแน่นมากกว่าอากาศ และการหักเหของแสงที่ผ่านปริซึมนั้นก็ทำให้เห็นแถบสีเสปคตรัมคือ สีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง หรือที่เป็นสีของรุ้งนั้นเองซึ่งรุ้งนั้นก็เกิดจากการหักเหของแสงเช่นเดียวกัน และแสงสีที่เกิดขึ้นนั้นเกิดการทับกันก็จะกลายเป็นสีผสมต่างๆเช่น แสงสีแดงทับสีเขียวก็จะเกิดเป็นสีเหลือง ซึ่งหลักการนี้ก็นำมาประยุกต์ใช้ทำเครื่องโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์ต่างๆนั้นเอง โดยทฤษฎีการหักเหของแสงนั้นนักวิทยาศาสตร์อย่าง เซอร์ ไอแซค นิวตันได้สรุปว่าพลังงานแสงนั้นเป็นพลังงานชนิดเดียวที่ก่อให้เกิดสีได้ ![]() ภาพการแสงผ่านแท่งแก้วปริซึมทำให้เกิดการหักเหของแสงจึงเกิดเป็นสีต่างๆ ภาพจาก http://www.geocities.com/khangkla/theory.html ขณะที่แสงสัมผัสถูกสสารหรือวัตถุบางอย่างนั้น พลังงานบางส่วนจะถูกดูดกลืนสีจากแสงบางส่วน และกระจายหรือสะท้อนพลังงานบางส่วนหรือบางสีออกมา เช่น การที่เราเห็นสีเหลืองจากวัตถุนั้นเป็นเพราะว่าวัตถุนั้นดูดกลืนแสงสีอื่นไว้แต่กระจายหรือสะท้อนสีเหลืองออกมาเราจึงเห็นเป็นสีเหลือง ส่วนวัตถุที่เห็นเป็นสีสว่างเกิดจากการที่วัตถุนั้นสะท้อนหมดหรือเกือบหมดทุกสีเช่น วัตถุสีขาวที่สะท้อนแสงทุกสี ส่วนวัตถุที่สีมืดนั้นเกิดจากการที่แสงดูดกลืนที่หมดหรือเกือบหมดทุกสีเช่น วัตถุสีดำที่ดูดกลืนแสงทุกสี
สีที่เกิดขึ้นจากแสงก็จะมีพลังงานที่แตกต่างๆกันโดยมีความยาวของคลื่นและความถี่ของแสงที่แตกต่างกัน ดังนั้นวัตถุที่มีสีคนละสีก็จะดูดกลืนและสะท้อนของแสงที่ไม่เท่ากันโดยมีพลังงานในรูปของความยาวคลื่นและความถี่ที่แตกต่างกัน ดังนั้นวัตถุธาตุต่างๆ (ธาตุดิน ทองน้ำ ไม้ ไฟ) นั้นก็แสดงพลังงานของความยาวคลื่นและความถี่ของแสงไม่เท่ากัน
การสะท้อนของแสงทำให้เกิดอุณหภูมิของรังสีความร้อนที่มีความแตกต่างกันอีกด้วยซึ่งพลังงานความร้อนนี้เกิดจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นและความถี่แสงไม่เท่ากัน วัตถุที่ได้รับแสงนั้นจะมีการแผ่รังสีความร้อนเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยความสมดุลของพลังงานนั้นคือ
พลังงานแสงทั้งหมด = ค่าสัมประสิทธิ์การดูดกลืน (Absorptivity, α) + ค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อน(Reflectivity, ρ) +
ค่าสัมประสิทธิ์การส่งผ่าน (Transmissivity, T) โดยวัตถุแต่ละอย่างที่แสงสีนั้นจะมีค่ามาจากสมการนี้ เช่น - วัตถุนั้นมีค่าพลังงานมากจากค่าสัมประสิทธิ์การดูดกลืนทั้งหมด หรือค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนและการส่งผ่านเท่ากับศูนย์นั้น วัตถุนั้นจะเป็นสีดำ - วัตถุนั้นมีค่าพลังงานมากจากค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนทั้งหมด หรือค่าสัมประสิทธิ์การดูดกลืนและการส่งผ่านเท่ากับศูนย์นั้น วัตถุนั้นจะเป็นสีขาว - วัตถุนั้นมีค่าพลังงานมากจากค่าสัมประสิทธิ์การส่งผ่านทั้งหมด หรือค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนและการดูดกลืนเท่ากับศูนย์นั้น วัตถุนั้นจะโปร่งแสง หมายเหตุ การที่ค่าต่างๆในสมการแตกต่างกันจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของวัตถุ เช่น สมบัติทางกายภาพ, อุณหภูมิ, ลักษณะของพื้นผิว, มุมการตกกระทบ, ความยาวคลื่น ฯลฯ ตารางความสัมพันระหว่างช่วงอุณหภูมิกับสีของรังสีความร้อนที่ตามองเห็น
ส่วนสีที่มักจะสับสนกับวัตถุธาตุนั้นคือสีขาวและสีดำ โดยสีขาวที่เป็นธาตุทอง เนื่องจากว่าธาตุทองนั้นจริงๆแล้วก็คือธาตุที่เป็นโลหะทั้งหมด ดังนั้นสีของธาตุทองก็คือสีโลหะ เช่น สีเงิน บรอนซ์ ทอง และสีที่มีความแวววาวทั้งหมดเนื่องจากความแวววาวเป็นลักษณะแสงและสีของพลังธาตุทอง ซึ่งความแวววาวนั้นก็คือแสงสีขาวนั้นเอง ดังนั้นวัตถุที่มีสีขาวหรือความแวววาวก็จะเปรียบเหมือนมีพลังธาตุทองเพราะวัตถุสะท้อนพลังงานของความถี่และความยาวของคลื่นแสงเหมือนกับธาตุทอง ส่วนสีดำนั้นคือธาตุน้ำซึ่งเหมือนน้ำลึกๆในทะเลก็จะมืดสนิทเหมือนสีดำ ส่วนสีฟ้า น้ำเงินก็เหมือนน้ำที่ตื้นและลึกขึ้นมาตามความเข้มของสี ซึ่งวัตถุธาตุใดมีสีดำก็จะมีการกระจายพลังงานในความถี่และความยาวคลื่นแสงเดียวกับธาตุน้ำนั้นเอง นอกจากนี้สีดำยังเป็นสีที่ดูดซึมแสงทุกความยาวคลื่นและความถี่โดยไม่สะท้อนสีอื่นๆออกมา ซึ่งหากมองจากตารางของรังสีที่แผ่จากวัตถุข้างต้นแล้วสีดำก็ทำให้เกิดอุณหภูมิน้อยสุดเนื่องจากมีการค่าสัมประสิทธิ์การดูดซึมสูงสุด ส่วนคุณสมบัติเหมือนน้ำจริงๆที่ดูดซึมสะสมพลังในทางฮวงจุ้ยเช่น การที่น้ำสะสมความเย็นไว้จากกลางคืนเมื่อเวลาเราเล่นน้ำทะเลตอนช่วงเช้าขณะที่มีแสงแดดแต่น้ำในช่วงเช้ายังเย็นอยู่นั้นเอง
ทั้งนี้ธาตุอื่นๆต่างๆก็จะลักษณะของพลังคลื่นความถี่และความยาวแสงของตนเอง ดังนั้นสีต่างๆจึงมีลักษณะรูปแบบของพลังที่แบ่งเป็นธาตุต่างๆได้ จึงมีการใช้สีต่างๆในเชิงฮวงจุ้ยเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกับหลักปฏิกิริยาของ 5 ธาตุที่มีแต่ละธาตุมีความสัมพันธ์กันในด้านที่ส่งเสริม ก่อเกิด ถ่ายเท ควบคุมหรือทำลายกันนั้นเอง |