บทความตีพิมพ์
ปรัชญาของหยินหยางตอนที่ 2 ระบบไบนารี่ของโลก
ปรัชญาของหยินหยางตอนที่ 2 ระบบไบนารี่ของโลก
                                                                                                                                       
                                       โดย อ. เกริกวิชญ์ กฤษฎาพงษ์


         DNA ของสิ่งมีชีวิตทุกอย่างนั้นก็เป็นระบบไบนารี่หรือหยินหยาง (ภาพ DNA 
                   จาก www.thundafunda.com)

      จากบทความที่เกี่ยวกับหยินหยางตอนแรกนั้น ได้กล่าวว่าหยินหยางเป็นพื้นฐานของปรัชญาภูมิปัญญาจีนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮวงจุ้ย โหวงเฮ้ง ดวงจีน ชี่กง การฝังเข็ม การแพทย์จีน การเสี่ยงทาย การนั่งสมาธิ โดยหยินหยางเป็นหลักการของพลังงาน 2 ด้านที่มีปฎิสัมพันธ์กันซึ่งทุกสรรพสิ่งบนโลกนั้นประกอบด้วยปัจจัย 2 ด้านเสมอโดยปัจจัย 2 ด้านนี้จะเป็นองค์ประกอบซึ่งกันและกัน เช่น ชีววิทยามีเพศผู้กับเพศเมีย ฟิสิกส์มีโปรตอนกับอิเล็กตรอน ด้านเคมีก็มีกรดกับด่าง ไฟฟ้าก็มีประจุขั้วบวกกับขั้วลบ แม่เหล็กก็มีขั้วบวกขั้วลบ ศาสนาก็มีความดีกับความชั่ว แสงก็มีสว่างกับมืดหรือมีกลางวันกับกลางคืน อุณภูมิก็มีร้อนกับเย็น ฯลฯ ทุกอย่างล้วนมีหยินหยางผสมกันในอัตราส่วนที่ต่างกัน

      หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจชัดเจนว่าหยินหยางนั้นเป็นตัวกำเนิดสรรพสิ่งในโลกได้อย่างไร ดังนั้นจะเปรียบเทียบให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นกับระบบไบนารี่ซึ่งเป็นภาษาของระบบคอมพิวเตอร์หรือที่เรียกว่าระบบดิจิตอลในปัจจุบัน ระบบนี้มีสัญลักษณ์แค่ 0 กับ 1 แค่นั้น โดยระบบข้อมูลต่างๆถูกเก็บในรูปของ 0 กับ 1 ทั้งหมด เช่น ตัว A แทนค่าด้วย 01000001, B แทนค่าด้วย 01000010, C แทนค่าด้วย 01000011 หรือหากมองไฟล์รูปภาพในคอมพิวเตอร์ก็จะบันทึกจุดต่างๆบนภาพเป็นรหัสเช่น สีแดงก็มองเป็น 01100 สีน้ำเงินเป็น 01010 สีเขียวเป็น 01001 และ สีอื่นๆก็เป็นรหัสอยู่ในรูป 0 กับ 1 ที่เรียงสลับในรูปแบบอื่น ขณะที่ระบบไฟล์เสียงหรือไฟล์วีดีโอที่มีทั้งภาพและเสียงนั้นก็ถูกแปลงมาอยู่ในระบบไบนารี่หรือระบบดิจิตอลที่มีแค่ 0 กับ 1 ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

     ซึ่งหากมองแล้วระบบไบนารี่ของคอมพิวเตอร์ก็พัฒนาจากหลักการของหยินหยางซึ่งนักปราชญ์จีนนั้นได้ใช้สัญลักษณ์ เส้นขาด “” จะแทนหยินและเส้นเต็ม””จะแทนหยาง โดยเส้นขาดหรือเส้นเต็มนี้เรียกว่า “ข่วย” ถ้าเอาเส้นข่วยหยินหยางมาเรียงสลับผสมกันไปมาจะก่อเกิดรูปแบบที่หลากหลายอย่างและก็ไม่ต่างกับระบบดิจิตอลที่ใช้เลข 0 กับ 1 ที่สร้างสิ่งต่างๆมากมายในคอมพิวเตอร์ เทียบแล้ว 0 ก็คือคือหยิน “” ส่วน 1 นั้นก็คือหยาง “” นั้นเอง 

                                                                                         


ภาพการเรียงเส้นข่วยเส้นขาด กับข่วยเส้นเต็ม สลับไปมาซึ่งก็จะไม่ต่างกันการเรียงตัวเลขในระบบไบนารี่หรือดิจิตอล 0 กับ 1 สลับไปมาเช่น 001110 เป็นต้น

     โดยระบบนี้เริ่มจากมีพลัง 2 ขั้วคือ “” กับ “” ก็จะมีข่วย 2 รูปแบบ แต่หากจับคู่ข่วยด้วยกัน 2 ข่วยก็จะมี 4 รูปแบบคือ และหากจับคู่ 3 ข่วยด้วยกันก็จะเป็น 8 รูปแบบคือ  ซึ่งหากจับคู่ 4 ข่วยก็จะมี 16 รูปแบบ จับคู่ 5 ข่วยก็จะมี 32 รูปแบบ จับคู่ 6 ข่วยก็จะมี 64 ข่วย และจับคู่เรื่อยๆก็จะมีรูปแบบ 128, 256, 512, 1024 ฯลฯ รูปแบบซึ่งดูแล้วเลขเหล่านี้ก็เหมือนกับเลขในระบบคอมพิวเตอร์ เช่น Hard disk มีความจุเป็น 2, 4, 8, 16, 32, 64, 128, 256, 512, 1024 GB นั้นเอง

     แต่ความเป็นจริงระบบไบนารี่ไม่ได้มีเพียงแค่คอมพิวเตอร์แต่แท้จริงแล้วระบบนี้มีอยู่ในโลกจริงๆ ซึ่งความจริงแล้วอาจจะต่างอะไรกับหนังดังเรื่อง The Matrix ที่จำลองโลกนั้นเป็นระบบดิจิตอลไปหมดทุกอย่าง โดยมี 0 กับ 1 สร้างทุกอย่างขึ้นมา แต่ความเป็นจริงธรรมชาติในโลกนั้นก็เป็นหยินหยางเพราะทุกสรรพสิ่งเริ่มจากพลังงาน 2 ขั้วทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ พืช เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส เป็นต้น เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น โดยสิ่งที่กำหนดลักษณะของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็คือ DNA ซึ่งเป็นเสมือนข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตที่กำหนดรูปร่างหน้าตา จุดเด่นจุดด้อย แม้กระทั้งลักษณะนิสัยได้ เรียกได้ว่าเป็นพิมพ์เขียวของอวัยวะทุกส่วน แต่ที่น่าสนใจคือ DNA นั้นโครงสร้างของโมเลกุลเพียงแค่ 4 แบบ T-Thymine, A-Adenine, C-Cytosine, G-Guanine ซึ่งสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดก็จะมี DNA แค่ 4 แบบนี้ที่เรียงต่างกันออกไป เช่น มนุษย์ CCA-TAG-CAC-CTA ลิง (Chimpanzee) CCA-TAA-CAC-CTA จิ้งหรีด CCT-AAA-GGG-ACG, หมู CCA-TGG-AAA-CGA

     หากสังเกตุ DNA นั้นจะจับกลุ่มเบสที่ละ 3 ตัวเรียงกัน แล้วก็มีตัวหยุด – แล้วก็ต่อกลุ่มเบสอีก 3 ตัวเรียงกัน เช่น มนุษย์ DNA คือ CCA-TAG-CAC-CTA ซึ่งการจับกลุ่มของเบส 3 ตัวเรียงติดกันภายในโมเลกุลนั้นถูกเรียกว่า รหัสพันธุกรรม (Codon หรือ Triplet) โดย DNA มี 4 แบบ (T-Thymine, A-Adenine, C-Cytosine, G-Guanine) ในกลุ่มเบส 3 ตัวนี้เรียงสลับกันไปมาก็จะมี 64 รูปแบบ (มาจาก 4 ยกกำลัง 3 หรือ 4 x 4 x 4) หรือเรียกได้ว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกนั้นมีรหัสพันธุกรรม 64 รูปแบบนั้นเอง

     โมเลกุลเพียง 4 รูปแบบนี้แหละเป็นรหัสที่สร้างสิ่งมีชีวิตที่ลักษณะนิสัยรูปร่างต่างๆขึ้นมาได้ โดยหากลองมองมนุษย์เองแล้วอวัยวะภายในมี 32 แบบ อวัยวะภายนอกมี 32 แบบ กระดูกสันหลังก็มี 32 ข้อ ฟันก็ 32 ซี่ รหัสพันธุกรรมมี 64 รูปแบบ ซึ่งก็จำนวนตัวเลข 32 หรือ 64 นั้นก็คล้ายกับระบบความจุของคอมพิวเตอร์นั้นเอง ทั้งนี้รหัสโมเลกุลทั้ง 4 นั้น T-Thymine, A-Adenine, C-Cytosine, G-Guanine ก็เหมือนการจับคู่หยินหยาง 2 ข่วยคือ หยินแก่ หยินอ่อน หยางอ่อน หยางแก่ ตามรูปแบบพลังงาน นั้นเอง ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าโลกเราก็มีระบบไบนารี่หรือหยินหยางซ้อนแฝงอยู่

     นักปราชญ์ชาวจีนได้ล่วงรู้ถึงระบบไบนารี่ของโลกหรือหยินหยางมาแต่โบราณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานของภูมิปัญญาจีนต่างๆนานา โดยเฉพาะวิชาที่ต้องศึกษาเกี่ยวกับข่วยต่างๆ เช่น ระบบเสี่ยงทายอี้จิ้ง 64 ข่วย ฮวงจุ้ย 64 ข่วย ฤกษ์ยามระบบ 64 ข่วย ที่เกิดจากการจับคู่ข่วยหยินกับหยางจนได้ 64 รูปแบบซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต 64 รูปแบบที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาหรือเรียกได้ว่ามีหลักการพิจารณาบนพื้นฐานเดียวกัน อาจเปรียบเหมือนคนศึกษาชีววิทยาให้รู้ระบบ DNA ของร่ายกายว่าทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตต่างๆมาได้อย่างไร แต่พื้นฐานวิชาภูมิปัญญาจีนนั้นศึกษาระบบหยินหยางนี้ว่าทำเข้าใจพื้นฐานที่มาของพลังงานในลักษณะรูปแบบต่างๆ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร 

     ยกตัวอย่างเช่น วิชาที่มีพื้นฐานจากหยินหยางอย่างวิชาฮวงจุ้ย 64 ข่วย ก็จะมีการแบ่งทิศทางเป็น 64 ทิศทางตรงกับ 64 รูปแบบพลังงาน ซึ่งเป็นการแบ่งมากกว่าเป็น 8 ทิศ เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ ตามระบบพื้นฐานฮวงจุ้ยทั่วไป การแบ่งทิศทางเป็นพลังงานตามทิศดังกล่าวนั้นทำให้ซินแสเข้าใจพลังงานในแต่ละทิศทางได้ว่าดีหรือร้ายในช่วงเวลายุคสมัยไหนบ้าง ขณะที่วิชาจับยามเสี่ยงทายพยากรณ์ต่างๆเช่น อี้จิง 64 ข่วยนั้นก็แบ่งลักษณะพลังงานหลักเป็น 64 รูปแบบหรือเรียกได้ว่า 64 คำพยากรณ์พื้นฐานซึ่งจะถูกนำไปผสมกับช่วงเวลา วัน เดือน ปีที่ทำนายคำพยากรณ์อีกครั้งจึงทำให้เกิดความหมายพยากรณ์ออกมามากมายต่างๆนานาได้ แม้แต่วิชาฤกษ์ยาม 64 ข่วยก็มีการแปลงปี เดือน วัน ยามต่างๆเป็นรูปแบบข่วยทั้ง 64 รูปแบบแล้วมองหาสัมพันธ์ต่างๆของรูปแบบพลังงานนั้นว่ามีความหมายดีที่หรือร้ายอย่างไร 

                                            
ภาพแสดงแต่ละทิศทางฮวงจุ้ยทั้ง 64 ทิศที่มีลักษณะของพลังงานหยินหยางที่ต่างกัน (ภาพจากhttp://i133.photobucket.com) 
     
     ระบบหยินหยางก็เหมือนกับระบบไบนารี่หรือดิจิตอลของคอมพิวเตอร์นั้นเองซึ่งคอมพิวเตอร์มีแค่ 0 กับ 1 สร้างระบบได้มากมาย ขณะที่ระบบหยิน และหยาง ของโลกจริงๆนั้นสร้างระบบของทุกสรรพสิ่งในโลกและเป็นพื้นฐานของหลักการหรือปรัชญษในหลายๆสิ่ง ซึ่งหากผู้ที่ศึกษาเข้าใจถึงรหัสพลังงานของหยินหยางแล้วก็จะสามารถนำมาใช้ประยุกต์ใช้งานได้อย่างมหาศาล

© Copyright 2007 Flexiplan Co., Ltd. Powered by ThaiEshop.NET