บทความตีพิมพ์
การชงของนักษัตร ตอน 2
การชงของนักษัตร ตอน 2

                                  โดย อ.เกริกวิชญ์ กฤษฎาพงษ์ 



ภาพจาก desktop3dwallpaper.com 

      คนส่วนมากเข้าใจว่า 12 นักษัตร ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วก ระกา จอ กุน นั้นมีเพียงการระบุปีต่างๆเท่านั้น โดยความเป็นจริงแล้ว ปี เดือน วัน ยาม นั้นสามารถระบุเป็นวันนักษัตรต่างๆได้ ซึ่งความจริงแล้วสมัยก่อนในประเทศจีนนั้นก็ระบุวันเดือนปีและยามเกิดของคนเป็นนักษัตรหรือธาตุแทนที่จะเป็นเวลาระบบตัวเลขอย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 เวลา 4.40 นาฬิกา แต่ในจีนจะระบุเป็น ปีขาล เดือนมะเส็ง วันมะโรง ยามขาล แทน ดังนั้นเมื่อ เดือน วัน และ ยาม เกิดนั้นสามารถแจกแจงเป็นนักษัตรต่างๆได้แทนที่จะเป็นปีอย่างเดียวที่แจกแจงได้ ก็หมายความว่าไม่จำเป็นต้องมีแค่ ปีชง อย่างเดียวเท่านั้น ก็จะสามารถมีเดือนชง วันชง และยามที่ชงกับดวงของคนได้ด้วย ซึ่งสามารถจำแนกษัตรต่างๆได้ตามช่วงเวลาดังต่อไปนี้ 



     จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่านักษัตรนั้นสามารถระบุเป็นเวลาและเดือนได้ด้วย เช่น ถ้าเกิดในช่วงเวลา 7.00 – 8.59 น. นั้นเท่ากับว่าคนนี้เกิดเวลามะโรง ถ้าเกิดเวลา 15.00 – 16.59 น. ก็จะเกิดเวลาวอก ส่วนเดือนเกิดถ้าเกิดเดือน ตุลาคม ในช่วงวันที่ ช่วง 8 ตค.–7 พย. เท่ากับคนนี้เกิดเดือนจอ แต่ถ้าเกิดวันที่ 5 ตุลาคม นั้นแบบนี้ยังถือว่าเกิดเดือนระกา เนื่องจากศาสตร์จีนนั้นการเริ่มเปลี่ยนเดือนใหม่ไม่ได้เริ่มตรงกับวันที่ 1 ของเดือนใหม่ทุกครั้งโดยจะเริ่มนับว่าสิ้นสุดเดือนกันยายน (เดือนระกา) และเข้าเดือนตุลาคม (เดือนจอ) ประมาณวันที่ 8 ของเดือนตุลาคม ทั้งนี้เวลา กับ เดือนนั้นได้ระบุตามนักษัตรตามตารางข้างต้นนี้ได้ 

     ส่วนการระบุนักษัตรของปีนั้นก็สามารถนับเรียงลำดับตามนักษัตรทั่วไป เช่น ปี 2552 ก็ปีฉลูหรือปีวัว ส่วนปี 2553 นั้นก็คือปีขาลหรือปีเสือ ส่วนปีถัดไป 2554 ก็เป็นปีเถาะหรือกระต่ายซึ่งเรียงลำดับตามนักษัตรไป แต่อย่างไรการจะนับเริ่มปีใหม่ของศาสตร์จีนนั้นจะเริ่มนับขึ้นปีใหม่ประมาณวันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปีซึ่งเป็นระบบสุริยคติ (ไม่ได้นับตามวันตรุษจีนเป็นวันเริ่มปีใหม่เพราะตรุษจีนใช้การคำนวนอ้างอิงจะดวงจันทร์หรือระบบจันทรคติเป็นหลัก) ดังนั้นหากคนเกิดวันที่ 11 มกราคม พศ 2553 นั้นจะถือว่าคนนี้จะยังเกิดปีฉลูหรือปีวัวอยู่จะไม่ใช่ปีขาลหรือปีเสือ แม้เกิดปี 2553 ก็จริงแต่เกิดก่อนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ของปีจึงยังไม่นับว่าเป็นรอบปีใหม่ ส่วนที่การระบุนักษัตรในแต่ละวันนั้นจะคำนวนได้ยากมากโดยถ้าต้องการรู้ว่าเกิดวันตรงกับนักษัตรอะไรนั้นคงต้องเปิดปฎิทินจีนดูก็จะง่ายกว่า 

      เมื่อสามารถหา ปี เดือน วัน ยาม เป็นนักษัตรคล่าวๆได้ก็สามารถเข้าใจหลักการชงกันได้มากขึ้นโดยการชงกันนั้นไม่ได้มีผลเฉพาะปีชงกันอย่างเดียวแต่ แต่การชงนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น นักษัตรของปีจรชงกับปีเกิด ปีจรชงเดือนเกิด ปีจรชงวันเกิด ปีจรชงยามเกิด เดือนจรชงปีเกิด เดือนจรชงเดือนเกิด เดือนจนชงวันเกิด เดือนจรชงยามเกิด วันจรชงปีเกิด วันจรชงเดือนเกิด วันจรชงวันเกิด วันจรชงยามเกิด ยามจรชงปีเกิด ยามจรชงเดือนเกิด ยามจรชงวันเกิด ยามจรชงยามเกิด ยกตัวอย่างคราวๆ ปี 2553 เป็นปีจรเป็นปีขาล ก็จะชงกับคนที่เกิดปีวอกอย่างที่หลายคนเข้าใจกันอยู่แล้ว แต่ปีขาลก็จะสามารถชงกับคนที่เกิดเดือนวอกหรือสิงหาคม (ช่วง 7 สค - 8 กย) ชงกับคนที่เกิดวันวอก และ เกิดยามวอก (เวลา 15.00 – 17.59 น)ได้อีกด้วยซึ่งคนที่มี ปี เดือน วัน ยามเกิดนักษัตรวอกก็จะมีโอกาสได้รับผลกระทบจากการชงกันของนักษัตร ยกตัวอย่างอีกแบบนักษัตรเดือนจรชงกับนักษัตรของปี เดือน วัน ยามเกิดคน เช่นช่วงเดือนมีนาคมของทุกปีเป็นเดือนเถาะ เมื่อถึงเดือนมีนาคมทุกครั้งก็จะเกิดการชงกันระหว่างนักษัตรเถาะของเดือนนี้กับนักษัตรระกา ดังนั้นคนที่เกิดปีระกา เดือนระกาหรือกันยายน (ช่วง 8 กย - 8 ตค) วันระกา และ ยามระกา (เวลา 15.00 – 17.59 น.) ก็จะมีโอกาสได้รับผลกระทบของการชงกันของนักษัตรเถาะกับระกาทุกๆครั้งในเดือนมีนาคม เป็นต้น 

      ส่วนผลกระทบของถูกชงของนักษัตรสำหรับนักษัตรหลัก ปี เดือน วัน หรือยามนั้นก็มีผลแตกต่างกัน หากนักษัตรหลักปีเกิดถูกชงเช่น เกิดปีวอกแต่นักษัตรปีจรของปี 2553 ที่เป็นปีขาลหรือนักษัตรของเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนขาลเข้ามาชงก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของดวงในเรื่องบ้าน ทิ่ดิน นาสวน มรดกตระกูล เรื่องจากทางไกล เช่น เดินทาง ลงทุนทางไกลทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ เรื่องเกี่ยวกับผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นต้น หากนักษัตรเดือนเกิดถูกชง เช่น เกิดเดือนวอก (เกิดช่วง 7 สิงหาคม – 8 กันยายน) แต่ถูกนักษัตรปีจรปีขาลหรือเดือนจรเดือนขาลมาชง ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของดวงเรื่องการงาน ความรับผิดชอบ การควบคุมสติ ฐานะสังคม ตำแหน่ง ผู้นำ เจ้านาย เป็นต้น 

      หากนักษัตรหลักวันเกิดถูกชง เช่น เกิดวันวอกแต่ถูกนักษัตรปีจรปีขาลหรือเดือนจรเดือนขาลมาชง ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของดวงเรื่องคู่ครอง ชีวิตสมรส ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน หุ้นส่วนธุรกิจ เป็นต้น ส่วนนักษัตรของยามเกิด เช่น เกิดยามวอกเวลาประมาณ 15.00 - 16.59 น. แต่ถูกนักษัตรปีจรปีขาลหรือเดือนจรขาลเข้ามาชงก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องบุตร หลาน บริวารลูกน้อง สัตว์เลี้ยง ยานพาหนะ การเดินทางระยะสั้น ความฝัน ความปรารถนา รสนิยม เป็นต้น 
      
     ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงจากการถูกชงนั้นไม่ได้ร้ายเสมอไปบางครั้งก็เป็นผลดีได้ซึ่งตรงนี้ได้กล่าวไปในบทความการชงของนักษัตรตอนที่ 1 จากข้อมูลข้างต้นที่กล่าวมาเป็นการพิจารณาหลักการชงหรือปะทะกันของธาตุเบื้องต้นเท่านั้นเพื่อให้คนทั่วไปสามารถเช็คดวงตนเองคราวๆพอได้ โดยแท้จริงแล้วหลักการชงนั้นอาจจะไม่เกิดการเปลี่ยนก็ได้เพราะแท้จริงแล้วหลักการวิเคราะห์ดวงจีนนั้นยังมีหลักการอื่นๆหรือปฎิกริยาอื่นๆที่จะต้องพิจารณาและให้ความสำคัญมากกว่าการชงกันของนักษัตรด้วยก็มี เช่น หลักการของไตรทิศ ไตรภาคี ซำเฮ้ง ฮะ กันของนักษัตรนั้นเอง ซึ่งหลักการหรือปฎิกิริยาเหล่านี้ก็จะทำให้การชงกันของธาตุนั้นไม่สำเร็จ จึงทำให้ดวงบางคนเจอปีจร เดือนจร วันจร หรือยามจรมาชงแล้วไม่เกิดผลการเปลี่ยนแปลงใดๆในชีวิต

© Copyright 2007 Flexiplan Co., Ltd. Powered by ThaiEshop.NET