บทความตีพิมพ์
ความสำเร็จจากปัจจัย 3 ประการ
ความสำเร็จจากปัจจัย 3 ประการ
                         โดย อ. เกริกวิชญ์ กฤษฎาพงษ์

      ชาวจีนเชื่อว่าความสำเร็จของมนุษย์นั้นประกอบด้วย 3 ปัจจัยด้วยกัน อย่างแรกคือชะตามนุษย์หรือสิ่งที่มนุษย์นั้นต้องทำเองสร้างเองจากความรู้ความสามารถของแต่ละคน อย่างที่สองคือชะตาฟ้าเป็นพลังงานที่เกิดจากการโคจรของดาวซึ่งส่งผลถึงตัวเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นสิ่งที่เราจะปรับเปลี่ยนเองไม่ได้ โดยชะตะฟ้านั้นเป็นตัวกำหนดดวงชะตาของคนเรานั้นเองเพราะเมื่อการโคจรของดาวนั้นก่อให้เกิดพลังสอดคล้องหรือเติมเต็มกับพลังในตัวคนนั้นก็จะส่งผลดีกับคนหรือเราเรียกกันว่าดวงดี และเมื่อไหร่ที่การโคจรนั้นไม่สอดคล้องกับพลังงานของตัวเราก็ส่งผลร้ายกับเราหรือเรียกว่าดวงไม่ดีนั้นเอง อย่างที่สามคือชะตาดินที่เป็นสรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวหรือฮวงจุ้ยนั้นเองซึ่งสรรพสิ่งต่างๆหรือสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวคนนั้นก็ส่งผลต่อคนด้วยเช่นกัน ปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลกับคน ซึ่งเราจะมาลองทำความเข้ากันเกี่ยวกับปัจจัย 3 ประการหรือชะตามนุษย์ ชะตาฟ้า ชะตาดิน 

     1) ชะตามนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องทำเองโดยใช้ความรู้ความสามารถ ความอดทน ขยัน สติปัญญาของคนนั้นๆเองซึ่งเป็นพื้นฐานปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จได้ เปรียบเสมือนสิ่งตั้งต้นของทุกปัจจัยถ้าเกิดมามีชะตาฟ้าหรือดวงดี ชะตาดินหรือฮวงจุ้ยดีแต่ตัวคนนั้นไม่สร้างหรือพยายามทำเองก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นจึงต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเพื่อให้เกิดความสำเร็จในอนาคตขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าคนที่มีความเพียร พยายามทุ่มเท มีความรู้ความสามารถก็ใช่ว่าจะเป็นคนประสบความสำเร็จได้เสมอไปเพราะแม้ว่าบางคนมีพยายามอย่างไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ หลายคนมีความรู้ความสามารถแต่ไม่อาจทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรื่องได้เปรียบเสมือนเมล็ดพันธ์พืชชั้นดีแต่ไปอยู่สภาพดินฟ้าอากาศ อุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมก็ไม่สามารถเจริญเติบโตขึ้นมาได้ ดังนั้นนอกจากชะตามนุษย์ที่ดีแล้วยังต้องอาศัยอีก 2 ปัจจัยนั้นคือ ชะตาฟ้าและชะตาดิน 


ภาพจากhttp://i164.photobucket.com/albums/u19/Neophuket/Farmer/neophuket-farmer-006.jpg 

     2) ชะตาฟ้าเป็นพลังระดับจักรวาลจากการโคจรของโลกและดาวต่างๆที่กำหนดพลังมาสัมพันธ์กับมนุษย์และสรรพสิ่งต่างๆ โดยชะตาฟ้าก็เป็นคือหลักที่มาของวิชาดวงจีนนั้นเอง การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์นั้นทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดชะตาฟ้า ซึ่งเรื่องฤดูกาลหรือช่วงเวลาต่างๆมาเกี่ยวข้องโดยฤดูกาลหรือช่วงเวลาต่างๆนั้นที่ประกอบด้วย ปี เดือน วัน ยาม นั้นจะมีความเป็นธาตุแต่ละธาตุอยู่ (ไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ) ยกตัวอย่างแบบคราวๆเช่น เกิดเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มีอากาศเย็นสุดนั้นก็เปรียบเหมือนเกิดเดือนธาตุน้ำเนื่องจากธาตุน้ำเป็นธาตุที่เย็นสุดใน 5 ธาตุทำให้คนที่เกิดเดือนนี้ประจุพลังของธาตุน้ำอยู่ในตัวตอนเราเกิด ขณะที่เกิดเดือนพฤษภาคม มิถุนายนเป็นฤดูร้อนหรือฤดูธาตุไฟก็จะทำให้คนที่เกิดในเดือนนี้ประจุพลังธาตุไฟอยู่ตัว โดยแต่ละเดือนก็มีพลังแต่ละธาตุสถิติอยู่ 

     ส่วนเวลาเกิดนั้นก็แบ่งเป็นธาตุได้เช่นกันเกิดเวลากลางคืนเป็นเวลาที่เย็นที่สุดของแต่วันก็เป็นเวลาธาตุน้ำหรือเกิดเวลาใกล้ๆเที่ยงก็เป็นเวลาที่ร้อนสุดก็เป็นเวลาธาตุไฟซึ่งคนเกิดไว้ไหนก็จะประจุพลังของธาตุนั้นเข้าไป 

     สำหรับปีเกิดก็มีความเป็นธาตุแต่เราจะคุ้นเคยกับ 12 นักษัตรซึ่งจริงแล้ว 12 นักษัตรนั้นมีความเป็นธาตุอยู่ โดยอธิบายคร่าวคือ โลกใช้เวลาหมุนรอบดวงอาทิตย์ 1 ปีขณะที่ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่สุดในระบบสุริยะหรือมีมวลมากกว่าโลกประมาณ 400 เท่านั้นโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นเวลา 12 ปี ดังนั้นทุกๆปีที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์จะองศาที่เกิดแรงดึงดูดกับดาวพฤหัสต่างกัน 12 รูปแบบเนื่องจากจากดาวพฤหัสนั้นหมุนรอบดวงอาทิตย์ 12 ปีจึงเป็นที่มาของ 12 นักษัตรหรือที่เราเรียกกัน ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ กุนนั้นเอง 

     โดยแท้จริงแล้วนักษัตรนั้นไม่ได้มีพลังงานหรือลักษณะเหมือนสัตว์ชนิดนั้นจริง เช่น ชวดนั้นไม่ได้แปลว่าหนู แต่ชวดเป็นพลังงานธาตุน้ำหรือพลังที่เย็นที่สุดที่คล้ายลักษณะนิสัยของหนู เนื่องจากหนูสามารถเคลื่อนไหวไปทุกทีต่างๆเหมือนน้ำที่ไหลไปได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือนหรือทุ่งนาชนบท หนูมักออกหากินเวลากลางคืนซึ่งก็เป็นเวลาที่เย็นที่สุดหรือเวลาธาตุน้ำนั้นเอง ส่วนที่คนบอกว่าเกิดปีกระต่ายแล้วลูกจะดกหรือเกิดปีเสือจะเป็นคนดุนั้นแท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่ความเชื่อเท่านั้น ถ้าเป็นลักษณะตามนิสัยสัตว์จริงแล้วเกิดปีมะโรงหรือมังกรจะมีนิสัยแบบไหนก็ไม่มีคนตอบได้เพราะไม่เคยเห็นมังกรจริงๆ 

     จากที่กล่าวมาแต่ละปีมีลักษณะของความเป็นธาตุอยู่โดยแต่ละนักษัตรก็จะแปลงเป็นธาตุทั้ง 5 ได้ เช่น ขาลกับเถาะเป็นธาตุไม้ มะเส็งกับมะเมียเป็นธาตุไฟ วอกกับระกาเป็นธาตุทอง กุนกับชวดเป็นธาตุน้ำ ส่วนมะโรง มะแม จอ ฉลูเป็นธาตุดิน ซึ่งคนเกิดปีไหนก็จะมีพลังธาตุนั้นประจุในตัวคนนั้น ส่วนวันแต่ละวันก็มีลักษณะความเป็นธาตุด้วยเช่นเดียวกันแต่จะอธิบายการคำนวณได้ซับซ้อนมาก โดยแท้จริงแล้วการคำนวณเพื่อทายดวงคนนั้นยังซับซ้อนขึ้นกว่าที่กล่าวมาข้างต้นโดยดวงจีนของแต่ละคนนั้นจะต้องประกอบจากธาตุต่างๆจาก 8 องค์ประกอบซึ่ง 2 ธาตุมาจากพลังปีเกิด, 2 ธาตุมาจากพลังเดือนเกิด, 2 ธาตุมาจากพลังของวันเกิด, และอีก 2 ธาตุสุดท้ายมาจากพลังยามหรือเวลาเกิดรวมทั้งหมดเป็น 8 ส่วนด้วยกันหรือที่เรียกกันว่าวิชาโป๊ยยี่ซี๊เถียว (โป๊ยแล้วว่า 8 ส่วนคำว่า หยี่ แปลกว่าตัวอักษร) 

             
รูปภาพแสดงการอักษรจีน 8 แปดตัวในวิชาโป๊ยยี่ซี๊เถียวหรือดวงจีนซึ่งอักษรแต่ละตัวจะมีพลังงานเป็นธาตุอยู่ โดยคนเราทุกคนนั้นจะประกอบด้วยพลังงานแต่ละธาตุจากอักษร 8 ตัวตามรูปซึ่งแต่ละตัวมีความเป็นธาตุไม้ ไฟ ดิน ทอง หรือ น้ำในตัว ซึ่งพลังเหล่านี้ที่ประจุเข้าในช่วงปี เดือน วัน ยาม เมื่อตอนคนเกิด 

     สิ่งเหล่านี้มีผลกับตัวเราได้เพราะว่าช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปบนโลกเรานั้นเกิดความสัมพันธ์กับพลังของธาตุที่ประจุอยู่ในคนกับพลังของธาตุต่างๆของวันเวลาจริงในปัจจุบันซึ่งหากสอดคล้องกันก็ทำให้ดวงดีแต่หากขัดแย้งกันก็เป็นที่มาของดวงไม่ดีนั้นเอง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้นเองเพราะปี เดือน วัน ยาม หรือฤดูกาลต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการโคจรของดาวในระบบสุริยะจักรวาลนั้นเอง ซึ่งเราจึงเรียกว่าชะตาฟ้าหรือสิ่งที่เป็นพลังงานจากระบบสุริยะกำหนดขึ้นนั้นเอง ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าชะตาฟ้าเป็นสิ่งที่เราปรับเปลี่ยนไม่ได้เนื่องจากเราไม่สามารถควบคุมให้ดาวต่างๆในระบบสุริยะจักรวาลหยุดโคจรหรือทำให้โคจรช้าหรือเร็วขึ้นได้ตามใจเราไม่ได้ จะเปลี่ยนปีชวดเป็นปีฉลูเลยก็ไม่ได้แม้ว่าเราจะสะเดาะเคราะห์ด้วยวิธีใดๆก็ตามก็ไม่อาจเปลี่ยนธรรมชาติของการโคจรของดาวได้ สิ่งเหล่านี้จึงเรียกว่าฟ้าลิขิต 

             
                ภาพจาก www.projectavalon.net 

     เมื่อเราดูดวงแล้วก็จะทราบถึงช่วงจังหวะที่ดีและไม่ดีของชีวิตที่เป็นสิ่งแน่นอนตายตัวนอกเสียจากว่าผู้ทำนายดวงนั้นตีความผิดเอง แต่หากทราบจังหวะชีวิตที่มีการขึ้นลงแน่นอนนั้นแล้วเราจึงได้แต่วางแผนเตรียมรับมือกับโชคชะตาของเรา ถ้าดวงดีก็เตรียมตัวกระทำการใดๆให้เกิดผลขึ้นมาให้มากที่สุด ถ้าดวงร้ายก็ต้องระมัดระวังไม่ให้ชีวิตเราต้องมีอุปสรรคมากขึ้นจึงเป็นส่วนสำคัญที่จำเป็นที่จะตรวจดวงชะตาของคนนั้นเอง 

     3) ชะตาดินหรือฮวงจุ้ยซึ่งจะกล่าวถึงพลังงานที่เราได้รับจากสิ่งแวดล้อมของเราจากทุกๆที่ที่เราอยู่อาศัยหรือสัมผัสไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ทำงาน หรือที่ใดก็ตาม โดยที่ไหนที่เราอาศัยอยู่มากพลังงานจากสิ่งแวดล้อมนั้นก็ส่งผลต่อตัวเรามากขึ้นตามลำดับซึ่งพลังนั้นก็จะสะสมอยู่กับตัวเราจึงส่งผลกับตัวเรา ถ้าเป็นพลังงานที่ดีก็ยิ่งส่งผลดีแต่ถ้าเป็นพลังงานที่ร้ายก็ส่งผลร้ายกับคนนั้น เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นและเลวลงได้ 

     คำว่าฮวงจุ้ยนั้นก็หมายถึงลมกับน้ำ โดยคำว่า”ฮวง”นั้นคือลม ส่วนคำว่าจุ้ยนั้นแปลว่า”น้ำ”นั้นเองซึ่งทั้งสองอย่างนี้ก็เป็นพลังที่ธรรมชาติบนโลกนี้ได้สร้างขึ้น ซึ่งหากอ้างถึงสิ่งของที่ไหลได้ในเชิงวิศวกรรมนั้นก็จะมีลมกับน้ำที่เป็นวัตถุที่ไหลได้ โดยแท้จริงแล้วฮวงจุ้ยในเชิงพลังงานนั้นว่าด้วยการบริหารพลังจากของไหลทั้งสองอย่างนี้เป็นหลัก ซึ่งนักจัดฮวงจุ้ยหรือซินแสที่ดีจะต้องคำนึงถึงการไหลเวียนของพลังและรู้จักเหนี่ยวนำให้กระแสพลังที่ดีนั้นไหลเข้าสู่บ้าน ขณะเดี่ยวกันก็ต้องนำพลังที่เสื่อมให้ไหลออกนอกบ้าน โดยหลักแท้จริงของการบริหารพลังธรรมชาตินั้นใช้หลักการวิชาในเชิงชัยภูมิของสถานที่จริงและหลักวิชาว่าด้วยการคำนวณองศาทิศทางจากทิศจริงๆมาประยุกต์กัน ซึ่งจะต้องคำนึงถึงชัยภูมิมีจุดจ่ายกระแสพลังงานที่ดีมากจากองศาทิศทางที่ดีและยังมีชัยภูมิที่รองรับกักเก็บพลังที่ดีไว้ภายในที่พักอาศัยหรือสถานที่ประกอบการของเราอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันก็ต้องมีจุดปล่อยกระแสพลังที่ไม่ดีจากชัยภูมิของที่พักเราในองศาทิศทางที่ถูกต้อง 


    
     พลังงานทางฮวงจุ้ยหรือสรรพสิ่งรอตัวเราก็ยังถูกจำแนกได้เป็น 5 ธาตุ (ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ) เช่นเดียวกับพลังของวิชาดวงจีนหรือชะตาฟ้าซึ่ง 5 ธาตุนั้นทำให้เกิดความสมดุลในด้านพลังงานด้วย ซึ่งอธิบายความสมดุลของพลังงานนั้นเกิดจากวงจรของธาตุโดย บางธาตุก่อเกิดอีกธาตุ บางธาตุทำลายหรือควบคุมอีกธาตุ หรือบางธาตุถ่ายเทกำลังของอีกธาตุ โดยคนจีนนั้นอธิบายว่าได้ว่าทุกสรรพสิ่งนั้นแจกแจงธาตุต่างๆจาก รูปแบบของพลังงาน วัตถุธาตุของสรรพสิ่งนั้น รูปทรง สี ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นสรรพสิ่งที่เป็นรูปธรรมหรือนามธรรมชนิดใดก็ตามก็ยังสามารถแจกแจงเป็นธาตุต่างๆได้ และเมื่อแจกจากทุกสรรพสิ่งเป็นธาตุแต่ละธาตุได้ก็สามารถใช้หลักปฏิกิริยาธาตุนี้ควบคุมพลังงานทางธรรมชาตินั้นได้ 

      โดยหลักการพลังงานของธาตุต่างๆทางวิชาดวงจีนหรือชะตาฟ้านั้นก็จะมีสัมพันธ์กับธาตุต่างๆของวิชาฮวงจุ้ยหรือชะตาดิน จึงเป็นที่มาของการที่ซินแสนิยมให้แก้ไขฮวงจุ้ยเพื่อปรับดวงชะตาของคนนั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น ดวงชะตาคนที่ต้องการธาตุไม้ ก็อาจจะใช้ของส่วนตัวหรือสรรพสิ่งรอบตัวที่ทำจากไม้เยอะๆ ใช้สีเขียวมากๆ หรือนอนหันหัวไปทางทิศตะวันออกที่เป็นพลังธาตุไม้ ส่วนคนชอบธาตุน้ำก็จะอยู่บริเวณที่มีน้ำเยอะ ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำหรือบ่อน้ำธรรมชาติต่างๆหรือใช้สีฟ้า สีน้ำเงินมากๆ เป็นการปรับดวงชะตา หรือนอนหัวไปทางทิศเหนือที่เป็นพลังธาตุน้ำ 

     จากที่กล่าวมาทั้ง 3 ปัจจัย ชะตามนุษย์ ชะตาฟ้า ชะตาดินนั้นจึงเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของมนุษย์ โดยที่สิ่งเรากำหนดได้นั้นคือชะตามนุษย์หรือสิ่งที่เราใช้ความพยายามสร้างเองจากความเพียรของเรา ชะตาฟ้าเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เพราะเป็นพลังที่ถูกกำหนดแล้ว ส่วนชะตาดินนั้นจริงแล้วเป็นสิ่งที่คนกำหนดได้เพียงแต่เป็นสิ่งที่หลายๆคนมองข้ามหรือคนไม่เข้าใจว่าสรรพสิ่งรอบตัวเรามีพลังงานและส่งผลกับเราอย่างไร ดังนั้นคนที่เข้าใจหรือเชื่อเรื่องของพลังงานจากสรรพสิ่งต่างๆก็สามารถปรับชะตาดินของตนเองได้ไม่ว่าจะเกิดจากการเรียนรู้จากหนังสือต่างๆหรือปรึกษาซินแสที่มีประสบการณ์นั้น เพราะหากว่าเรากำหนดชะตาดินเราให้ดีได้และรวมกับชะตามนุษย์ที่เกิดจากความพากเพียรเราเองแล้ว แม้ว่าชะตาฟ้าหรือดวงเราจะแย่แค่ไหนแต่ปัจจัยที่กำหนดเองได้ 2 จาก 3 ปัจจัยนั้นก็ยังทำให้ชีวิตเราเจริญรุ่งเรืองได้ ส่วนคนที่ขยันสร้างตนเองให้ประสบความสำเร็จหรือมีชะตามนุษย์ที่ดีนั้น แต่มีชะตาฟ้ากับชะตาดินไม่ดีนั้นก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ เหมือนคนที่มีความรู้ความสามารถความเพียรมากแต่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต 

     สำหรับคนที่มีชะตามนุษย์ไม่ดีหรือคนไม่เอาการงานไม่มีความสามารถแต่มีชะตาฟ้าและชะตาดินที่ดีนั้นก็มี 2 ใน 3 ปัจจัยที่ดี ชีวิตก็โชคลาภและสุขสบายในชีวิตแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จด้วยตนเองได้ เปรียบเสมือนลูกคนรวยมีพ่อแม่อุปการะทั้งชีวิตแต่ไม่สามารถสร้างความสำเร็จจากตนเองได้ แต่ได้ความสำเร็จจากผู้อื่นมาทำให้ชีวิตสุขสบาย ส่วนคนที่มีชะตามนุษย์และชะตาฟ้าดี แต่มีชะตาดินไม่ดีนั้นจริงอยู่ว่าปัจจัย 2 ใน 3 อย่างนั้นดีก็จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้นั้น ถ้าหากพิจารณาจริงๆแล้วชะตาฟ้านั้นคงไม่ได้กำหนดให้คนแต่ละคนนั้นมีชะตาชีวิตหรือดวงดีเสมอไป ซึ่งยังไงก็ต้องมีช่วงเวลาที่มีดวงไม่ดีเกิดขึ้นได้บ้างซึ่งเป็นเหตุให้มีช่วงจังหวะที่ดวงตกหรือชะตาไม่ดีนั้นทำให้ชีวิตไม่เจริญรุ่งเรื่องได้ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาใช้ชะตาดินเป็นตัวเสริมให้ชีวิตคนนั้นมีความเจริญรุ่งเรื่องในช่วงที่ดวงตกเพื่อให้ชีวิตคนนั้นสามารถมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรื่องอย่างต่อเนื่องได้ ซึ่งหากสร้างชะตาดินให้ดีโดยมีชะตาฟ้าและชะตามนุษย์ที่ดีได้ด้วยนั้นก็จะเปรียบเสมือนพยัคฆ์ติดปีกได้รับความสำเร็จอย่างสูงในเรื่องต่างๆนานาได้เกินมนุษย์ทั่วไปนั้นเอง


© Copyright 2007 Flexiplan Co., Ltd. Powered by ThaiEshop.NET