|
Articles about Wood Physical Property of Wood |
Physical Property of Wood
โดย ผศ.ทรงกลด จารุสมบัติ
คุณสมบัติของไม้ Wood properties ในการนำไม้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เราจำเป็นต้องรู้ถึงคุณสมบัติของไม้ เพราะการรู้ถึงคุณสมบัติของไม้นัน้จะทำให้เราเลือกใช้ไม้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ 1. คุณสมบัติทางฟิสิกส์
· ความแน่น (Density)
· ค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity)
· ความชิ้น (Moisture Content)
· การหดตัวและพองตัว (Shrinkage and Swelling)
· ความแน่น (Density)หมายถึง มวลของไม้ต่อหน่วยปริมาตร มีหน่วยเป็นกรัม/ลบ.ซม. หรือ กิโลกรัม/ลบ.ม.
การหาค่าค วามหนาแน่นของ = มวล ค่าความแน่นของไม้จะเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อคุณสมบัติของไม้
· ค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity)หมายถึงน้ำหนักอบแห้งของเนื้อไม้หารด้วย น้ำหนักของน้ำที่มีปริมาตรเท่ากับปริมาตรของไม้เมื่ออบแห้งแล้วหรือเมื่อสด
ปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ไม้มีความแน่นและค่าความถ่วงจำเพาะไม่เท่ากัน คือ § สภาพภูมิอากาศของไม้ที่เจริญเติบโต
§ สภาพภูมิประเทศของไม้ที่เจริญเติบโต
§ ชนิดไม้
§ ความชื้น
§ อุณหภูมิ
§ กระพี้ และแก่น
§ อัตราการเจริญเติบโต
§ สารแทรก
§ ความชื้น (Moisture Content)ความชิ้นในเนื้อไม้ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการนำไม้ไปใช้ประโยชน์ ความชื้นในเนื้อไม้มีด้วยกัน 2 ส่วนคือ น้ำภายในผนังเซลล์ ที่เรียกว่า Bound Water และ น้ำที่อยู่ในช่องว่างภายในเซลล์ ที่เรียกว่า Free Water
เมื่อไม้แห้งน้ำในช่องว่างภายในเซลล์จะออกมาก่อน ปริมาณความชื้นของเนื้อไม้ ขณะที่ผนังเซลล์มีน้ำอย่างอิ่มตัวแต่น้ำที่อยู่ในช่องว่างภายในเซลล์ไม่มีนั้น เรียกว่า จุดหมาด (Fiber Saturation Point , FSP) ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่สำคัญ เพราะน้ำในช่องว่างภายในเซลล์จะมีผลต่อน้ำหนักของไม้เท่านั้น แต่น้ำภายในผนังเซลล์จะมีผลต่อการหดตัว และพองตัวของเนื้อไม้ ซึ่งจุดหมาดของไม้จะมีค่าระหว่าง 20-30% การหาค่าความชื้นของเนื้อไม้มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ
- วิธีอบแห้ง (Ovendry Method) MC = 100(Wm-Wo) Wo MC = ปริมาณความชื้น มีหน่วยเป็น เปอร์เซ็นต์ Wm = น้ำหนักของไม้ที่มีความชื้น Wo = น้ำหนักอบแห้งของไม้ - วิธีใช้เครื่องวัดความชื้น (Electrical Moisture Meter)
![]() ภาพแสดงเครื่องวัดความชื้น ในเรื่องของความชื้นในเนื้อไม้ ยังมีความชื้นของไม้อีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ค่าความชื้นสมดุล ดังนั้นจึงควรทราบว่าที่จะนำไม้ไปใช้นั้น มีค่าความชื้นสมดุลเท่าใด เพื่อลดปัญหาการหดตัวและการพองตัวของไม้ ผลของค่าความชื้นต่อคุณสมบัติอื่นของไม้
- กลสมบัติของไม้จะเพิ่มขึ้นถ้าค่าของไม้ลดลง
- ความทนทานต่อแมลง และเห็ดราจะดีขึ้นเมื่อความชื้นของไม้ลดลง - ค่าการติดกาวจะดีขึ้น เมื่อค่าความชื้นของไม้ลดลง
- ค่าความเป็นฉนวนไฟฟ้าจะลดลงเมื่อค่าความชื้นของไม้เพิ่มขึ้น
· การหดตัวและพองตัว (Shrinkage and Swelling) เมื่อเนื้อไม้เกิดการสูญเสียความชื้นในผนังเซลล์ก้จะเกิดการหดตัว และในทางตรงกันข้าม เมื่อเนิ้อไม้มีปริมาณความชื้นเพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำกว่าจุดหมาด ไม้ก็จะพองตัว ดังนั้นเนื้อไม้จะมีปริมาตรเล็กที่สุดในขณะที่ไม่มีความชื้นอยู่ในเนื้อไม้เลย และจะมีปริมาตรสูงสุด เมื่อมีน้ำอยู่อย่างอิ่มตัวในผนังเซลล์การหดตัวและการพองตัวของเนื้อไม้จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงความชื้นของเนื้อไม้ในช่วงที่ต่ำกว่าจุดหมาด
ผลของค่าความชื้นต่อคุณสมบัติอื่นของไม้
(Equilibrium Moisture Content –EMC) ไม้เมื่อถูกปล่อยทิ้งให้ถูกกับสภาวะของอากาศก็จะปรับความชื้นในไม้ให้ได้สมดุลกับความชื้นในบรรยากาศ ปริมาณความชื้นนี้เรียกว่า ความชื้นสมดุล ซึ่งจะผันแปรไปตามความชื้นที่สัมพันธ์ของบรรยากาศที่อยู่ล้อมรอบ ดังนั้นการนำไม้ไปใช้ ณ ที่ใด จึงต้องปรับความชื้นของเนื้อไม้ให้ได้ความสมดุล เพื่อที่จะลดการเปลี่ยนแปลงความชื้นของเนื้อไม้ให้น้อยลงที่สุดซึ่งจะทำให้ลดการเปลี่ยนแปลงขนาดของเนื้อไม้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการหดตัวและพองตัวของไม้ จากการคายน้ำหรือดูดซับน้ำเข้าไปของเนื้อไม้ ประเทศไทยจะมีค่าความชื้นสมดุลอยู่ระหว่าง 10 + 2%- กลสมบัติของไม้จะเพิ่ขึ้นถ้าค่าของไม้ลดลง - ความทนทานต่อแมลง และเห็ดราจะดีขึ้นเมมื่อความชื้นของไม้ลดลง - ค่าการติดกาวจะดีขึ้น เมื่อค่าความชื้นของไม้ลดลง - ค่าความเป็นฉนวนไฟฟ้าจะลดลงเมื่อค่าความชื้นของไม้เพิ่มขึ้น · การหดตัวและพองตัว (Shrinkage and Swelling)
เมื่อเนื้อไม้เกิดการสูญเสียความชื้นในผนังเซลล์ก้จะเกิดการหดตัว และในทางตรงกันข้าม เมื่อเนิ้อไม้มีปริมาณความชื้นเพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำกว่าจุดหมาด ไม้ก็จะพองตัว ดังนั้นเนื้อไม้จะมีปริมาตรเล็กที่สุดในขณะที่ไม่มีความชื้นอยู่ในเนื้อไม้เลย และจะมีปริมาตรสูงสุด เมื่อมีน้ำอยู่อย่างอิ่มตัวในผนังเซลล์การหดตัวและการพองตัวของเนื้อไม้จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงความชื้นของเนื้อไม้ในช่วงที่ต่ำกว่าจุดหมาด
การคำนวณหาการหดตัวและพองตัว การหดตัว,การพองตัว (%)= ขนาด/ปริมาตรที่เปลี่ยนแปลง x 100 ขนาด/ปริมาตรที่เริ่มต้น ภาพแสดงการหดตัวและพองตัวของไม้ในด้านต่างๆ การหดตัว และการพองตัวของไม้จะขึ้นอยู่กับทิศทางตามลักษณะโครงสร้างของเนื้อไม้ (แนวรัศมี , แนวสัมผัส และตามยาว โดยปกติการหดตัวทางด้านความยาวจะมีค่าน้อยที่สุด คือ 0.1 – 0.3% ทางด้านรัศมี 3-6% และทางด้านสัมผัสสูงสุดคือ 6-12%
|