Softwood & Hardwood
หลักเกณฑ์การแบ่งไม้เนื้ออ่อนและเนื้อแข็ง

     ปัจจุบันนี้เมื่อคนไทยส่วนใหญ่ต้องการสร้างบ้านไม้หรือใช้ไม้ในงานโครงสร้างต่างๆ มักจะถามทางผู้ทำการสร้างบ้านว่าใช้ไม้เนื้อแข็งหรือไม้เนื้ออ่อนในการก่อสร้างโดยทางผู้ซื้อก็จะมีความเชื่อว่าไม้เนื้อแข็งจะต้องดีกว่าไม้เนื้ออ่อนเสมอ ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม้เนื้ออ่อนบางชนิดก็ยังแข็งแรงกว่าไม้เนื้อแข็งและเหมาะสมกว่าไม้เนื้อแข้งในงานก่อสร้างด้วย

     โดยความเป็นจริงแล้วความหมายของไม้เนื้อแข็งกับเนื้ออ่อนจะไม้จะมีแบ่งโดยอ้างอิงมาจากสายพันธุ์ของไม้นั้นๆ ไม่ใช่เป็นการพิจารณาที่ความแข็งของเนื้อไม้ตามที่คนหลายคนเข้าใจกันในปัจจุบัน ไม้เนื้ออ่อนเป็นคำที่ใช้เรียกทางพันธุศาสตร์ที่ใช้เรียกไม้จากไม้ตระกูลไม้สน ไม้สพรูซ ไม้ซีด้าร์ ไม้ล้าช ไม้เฟอร์ ดัคลาสเฟอร์ เฮมล็อค ไซเพรส เรดวู้ดและเยล โดยหลักเกณฑ์การแบ่งไม้เนื้ออ่อนไม้เนื้อแข็งตามหลักสากลเป็นดังนี้

   
      ภาพแสดงลักษณะใบของไม้เนื้ออ่อน เปรียบเทียบกับไม้เนื้อแข็ง
 
โดยหลักเกณฑ์การแบ่งไม้เนื้ออ่อนไม้เนื้อแข็งตามหลักสากลเป็นดังนี้

     1) ลักษณะของใบไม้โดยไม้เนื้ออ่อนจะมีใบเรียวเล็ก (Needle leaves) ส่วนมากขึ้นอยู่ในที่สูงมีอากาศเย็นในประเทศที่มีอากาศหนาว ขณะที่ไม้เนื้อแข็งมีใบกว้าง (broad leaved trees) ซึ่งเป็นไม้จำนวนมากที่มีอยู่ในป่าไม้ของประเทศไทย

     2) ไม้เนื้ออ่อนจะไม่มีการผลัดใบทั้งปี (evergreen) แต่ไม้เนื้อแข็งจะมีการผลัดใบปีละครั้งหลังจากฤดูที่ไม่เติบโตได้เต็มที่ที่สุด (แต่ไม่ผลัดใบเสมอไปในกรณีไม้ที่อยู่แถบเส้นศูนย์สูตร)

     3) การสืบพันธ์ของไม้เนื้ออ่อนจะใช้ละอองเกสรดอกไม้แต่ไม้เนื้อแข็งจะใช้เมล็ดจากผลของต้นไม้

     4) ลักษณะของโครงสร้างของเนื้อไม้มีลักษณะที่ต่างกัน ไม้เนื้ออ่อนจะประกอบไปด้วยเซลล์เพียง 2 ชนิด คือ longitudinal wood fibers (or tracheids) และ transverse ray cells โดยในไม้เนื้ออ่อนจะไม่มีเซลล์ที่ใช้ลำเลียงน้ำใน ขณะที่ไม้เนื้อแข็งจะมีเซลล์ชนิดนี้ โดยในไม้เนื้อแข็งจะเห็นเซลล์ลำเลียงน้ำได้อย่างชัดเจนในรูปของท่อน้ำเลี้ยง ในขณะที่ไม้เนื้ออ่อนน้ำจะถูกลำเลียงโดยท่อลม (tracheids)เท่านั้น ในไม้เนื้ออ่อนชนิดเช่นไม้สน ไม้สพรูซ ไม้ล้าช และดัคลาสเฟอร์ จะมี resin canel ที่ใช้ลำเลียงสารประเภทresinด้วย ลักษณะทางกายวิภาคที่แตกต่างกันระหว่างกัน Hardwood และ Softwood จากหนังสือไม้ โครงสร้าง คุณสมบัติ ที่เรียบเรียงโดย ผศ. ธีระ วีณิน และ ผศ. ทรงกลด จารุสมบัติ ภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พอสรุปได้ดังนี้

     4.1 เนื้อไม้ของไม้เนื้อแข็งประกอบด้วย Vessel elements (vessel members) เมื่อมองทางหน้าตัดของเนื้อไม้เรียกว่า pores ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า porous wood สำหรับ softwood ไม่มี vessel หรือ pore จึงเรียกว่า non-porous wood 

     4.2 เซลล์ที่เรียงตัวตามยาวที่เป็นส่วนประกอบของไม้เนื้ออ่อนมีการเรียงตัวเป็นแถวตามแนวรัสมีอย่างเด่นชัดเมื่อมองทางด้านหน้าตัด แต่การเรียงตัวของเซลล์ตามยาวใน hardwood ไม่เป็นไปตามแถวตามแนวรัศมี หรือเป็นแถวไม่เด่นชัด ทั้งนี้เนื่องมาจากการขยายตัวของ vessels มีมากกว่าเซลล์อื่นๆ 

     4.3 ไม้เนื้อแข็งมีโครงสร้างยุ่งยากซับซ้อนกว่าไม้เนื้ออ่อนทั้งนี้เนื่องมาจากมีชนิดของเซลล์มากกว่า

     4.4 Rays ของไม้เนื้อแข็งมีความผันแปรทางความกว้างมากกว่า rays ของไม้เนื้ออ่อน เมื่อมองด้าน tangential โดยทั่วไปประกอบด้วยเซลล์เรียงตัวแถวเดียว (uniseriate) ส่วนไม้เนื้อแข็งโดยทั่วๆไปประกอบด้วย rays ที่มีการเรียงตัวของเซลล์ 2 แถวหรือมากกว่า (multiseriate) ยกเว้นไม้ตะแบกใหญ่ (largerstroemia calyculata) และไม้กฤษณา (Aquilaria spp.) ที่มี ray แถวเดียวคล้ายไม้เนื้ออ่อน
© Copyright 2007 Flexiplan Co., Ltd. Powered by ThaiEshop.NET