FAQ


คำถามเรื่องการปลูกสร้างในสถานที่ต่างๆ
คำถาม บ้านเนทูร่าสามารถปลูกสร้างบนพื้นดินที่ไม่เรียบเช่น บนเชิงเขาได้หรือไม่
ตอบ สามารถปลูกสร้างบนดินเขาได้ โดยการสร้างฐานรากให้มีระนาบเดียวกัน แต่ค่าใช้จ่ายการทำฐานรากจะสูงขึ้น

คำถาม บ้านเนทูร่าสามารถปลูกสร้างบนดาดฟ้าของอาคารได้หรือไม่
ตอบ การปลูกสร้างบ้านเนทูร่าบนดาดฟ้าขึ้นอยู่กับโครงสร้างของตัวอาคารเก่าว่ามีการรับน้ำหนักได้แค่ไหน ดังนั้นจะทางบริษัทจะต้องขอดูแบบของตัวอาคารก่อนเพื่อคำนวนการรับน้ำหนัก อย่างไรก็ตามการปลูกสร้างบ้านบนดาดฟ้าจะต้องมีการทำคานยึดระหว่างบ้านกับส่วนต่างบนอาคารเพื่อเฉลี่ยน้ำหนักของบ้านลงเสาของตัวอาคาร ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการปลูกสร้างบนอาคารจะสูงขึ้น

คำถาม การปลูกสร้างจะต้องลงเสาเข็มหรือเปล่า
ตอบ การปลูกสร้างฐานรากจะต้องลงเข็มกลุ่มลึก 6 เมตร ในทุกๆระยะ 2 x 4 เมตร

คำถาม การปลูกสร้างบนดินภูเขาที่มีความแข็งจะต้องลงเข็มหรือเปล่า
ตอบ การปลูกสร้างอาจจะไม่ต้องมีการลงเข็ม แต่จะมีการทำฐานรากแผ่เพื่อเฉลี่ยการรับน้ำหนักของบ้าน ทั้งนี้การลงเข็มหรือไม่ขึ้นอยู่กับวิศวกรก่อสร้างเป็นผู้กำหนด

คำถาม การทำใต้ถุนบ้านให้สูงเพื่อเป็นที่จอดรถหรือที่ใช้สอยในด้านต่างๆ เป็นไปได้หรือไม่
ตอบ สามารถทำใต้ถุนสุงได้โดยมีการทำฐานรากที่มีต้อม่อสูงขึ้นและทำคานคอดิน โดยทั้งนี้ค่าใช้จ่ายฐานการจะสูงขึ้น

คำถาม บ้านเนทูร่าสามารถเคลื่อนย้ายที่ปลูกสร้างได้หรือไม่
ตอบ สามารถย้ายได้ แต่จะมีวัสดุที่สูญเสียที่ต้องผลิตขึ้นมาใหม่ รวมกับการทำฐานรากที่ใหม่รวมค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ 30% ของมูลค่าตัวบ้าน (ราคานี้ไม่ได้รวมค่าขนส่งกรณีขนส่งไปต่างจังหวัดจากที่ปลูกสร้างเดิม)

การปลูกสร้างบ้านเนทูร่าในต่างจังหวัดนอกเหนือจากกรุงเทพฯและปริมณฑล

คำถาม ค่าบริการปลูกสร้างในแต่ละจังหวัดแตกต่างกับการปลูกสร้างในกรุงเทพฯและปริมณฑลอย่างไร
ตอบ การปลูกสร้างบ้านนอกกรุงเทพฯและปริมณฑลจะมีการคิดค่าบริการเพิ่มคือ ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายของช่างติดตั้งบ้านที่ต้องค้างแรมในจังหวัดนั้น โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวสามารถดูได้จากหน้า download ในเวปนี้

ความแข็งแรงของตัวบ้าน
คำถาม บ้านเนทูร่าสามารถรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ต่อตารางเมตร
ตอบ 200-250 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

คำถาม บ้านเนทูร่าสามารถทนแต่แรงลมได้กี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ตอบ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงถึงสูงกว่าแรงพายุในเมืองไทย

การรับประกันตัวบ้าน
คำถาม บ้านเนทูร่ามีการรับประกันอย่างไร
ตอบ การรับประกันแบ่งเป็นดังนี้
 ไม้มีการรับประกันเรื่องความแข็งแรงที่จะไม่มีพุหรือว่าพังในส่วนโครงสร้าง รวมการป้องกันปลวกถึง 5 ปี (โดยปกติแล้วการสร้างบ้านไม้ทั่วไปไม่มีการรับประกันตรงนี้)
 หลังคามีการรับประกันถึง 20 ปีในการคุ้มครองเรื่องการรั่วและการรับแรงลมที่ไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 ไม้พื้นลามิเนตมีการรับประกัน 10 ปีในการใช้งานทั่วไป
 ระบบประปาและไฟฟ้ารวมถึงงานสีของบ้านรับประกัน 2 ปีโดยหากมีการเสียหายจะมีการบริการแก้ไขโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามเกี่ยวกับไม้
คำถาม ทำไมปลวกถึงไม่กิน
ตอบ ไม้ที่ใช้อยู่ได้มีการอัดน้ำยาเข้าสู่ในเซลล์ไม้ โดยเทคโนโลยีที่ดูดเอาของเหลวในตัวไม้ออกและอัดน้ำยาเข้าไปอยู่ในตัวเซลล์ไม้แทน ทำให้น้ำยาคงทนติดเนื้อไม้ภายใน

คำถาม ไม้นำเข้าจากเมืองนอกจะทนทานกับภูมิอากาศและความชื้นบ้านเราได้หรือเปล่า
ตอบ ไม้ที่นำเข้าจากเมืองนอกต้องมาการอบภายในประเทศโดยใช้อุณหภูมิและความชื้นในประเทศไทยเป็นหลัก ดังนั้นอัตราการยืดหดตัวของไม้จึงมีน้อยมาก

คำถาม ทำไมบ้านเนทูร่าจึงไม่นิยมสร้างบ้านไม้ด้วยไม้สัก
ตอบ บ้านไม้ทรงไทยสมัยก่อนก่อสร้างโดยการใช้ไม้สักที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งไม้สักอายุ 50 ปีขึ้นไปมีความแข็งแรงและเหมาะสำหรับงานก่อสร้าง แต่ปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้อนุญาติให้มีการตัดไม้ดังกล่าง ดังนั้นไม้สักที่มีขายทั่วไปจึงเป็นไม้สักปลูกซึ่งเป็นไม้โตเร็วอายุ 10-20 ปีซึ่งยังไม่แข็งแรงพอที่จะปลูกสร้างเป็นบ้านได้ อย่างไรก็ตามบริษัทก็ยินดีที่ผลิตบ้านไม้โดยใช้ไม้สักแต่ไม่ได้รับประกันตัวไม้เหมือนการใช้ไม้ Scandinavian Red Pine

คำถาม ทำไมต้องใช้ไม้สน Red Pine จากแถบ Scandinavian เท่านั้น
ตอบ ประเทศแถบทวีปยุโรปตอนเหนืออุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมกไม้ และทะเลสาบ เกิดอุตสาหกรรมไม้ป่าปลูกมายาวนาน ประกอบกับสภาพอากาศที่หนาวจัดถึง 8 เดือน หน้าร้อนเพียง 4 เดือน ได้ผลผลิตของไม้ Red Pine ที่เติบโตอย่างเชื่องช้า มีวงปีเรียงชิดติดกัน แข็งแรงทนทานพอที่จะทำโครงสร้างและส่วนประกอบอื่นๆของอาคารได้ เหล่านี้เป็นที่มาของไม้เนื้อแน่นสู่ประเทศไทยซึ่งทดแทนไม้ป่าที่ถูกทำลายโดยไม่มีการปลูกเพิ่มเติมซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อม

คำถาม ไม้สนจากออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ที่มีขายในประเทศไทยสามารถนำมาสร้างบ้านได้หรือไม่
ตอบ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของไม้ อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วไม้สนจากออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ที่ขายในประเทศไทยจะเป็นไม้สนโตเร็วหรือมีวงปีที่กว้างซึ่งยังไม่แข็งแรงพอที่จะปลูกสร้างเป็นบ้านได้

คำถาม ข้อดีของการปลูกสร้างบ้านด้วยไม้คืออะไร
ตอบ  1) การป้องกันความร้อน ไม้เป็นวัสดุที่มีค่าการนำความร้อนต่ำ จังมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน ช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอก ไม่ให้ถ่ายเท่เข้ามาสู่ภายในบ้านอาคารได้โดยง่าย มีรส่วนช่วยทำให้การใช้พลังงานของระบบปรับอากาศภายในอาคารลดลง
2) เก็บเสียงได้เงียบ ด้วยเนื้อไม้ที่แน่นแต่ไม่แข็งกระด้าง สามารถดูดซับและไม่สะท้อนเสียงทำให้ได้อาคารที่มีบรรยาการสงบนิ่ง
3) น้ำหนักของไม้เบากว่าคอนกรีตทำให้ทำงานก่อสร้างโดยง่ายได้ และไม่ต้องเปลืองค่าใช่จ่ายกับงานฐานราก
4) กรณีที่เกิดไฟไหม้ ถึงแม้ว่าไม้จะเป็นฉนวนในการติดไฟได้ง่ายกว่าเหล็กหรือคอนกรีต แต่ว่าเมื่อไม้ถูกไฟไหม้ตัวไม้จะคงรูปเดิมได้ในระยะเวลานาน หากใช้เหล็กที่เป็นโครงสร้างจะหลอมเหลวในอุณหภูมิที่สูงได้ง่ายและทำให้อาคารทรุดตัวอย่างรวดเร็วกว่าโครงสร้างไม้มาก นอกจากนี้ไม้ยังไม่เกิดมลพิษจากการเผาไหม้น้อยกว่าคอนกรีตอย่างมาก

คำถามเรื่องสีของบ้าน
คำถาม สีส่วนใดในตัวบ้านที่ลูกค้าสามารถเลือกได้
ตอบ  ส่วนไม้เช่น ผนังภายในและภายนอก พื้นภายในและนอก ฝาหลังคา จั่วภายนอก ระเบียง ฯลฯ จะมีสีให้ลูกค้าเลือกได้ตามแคตาล๊อคสีที่บริษัทมีให้ โดยจะมีการทาบนไม้จริงๆให้เห็นก่อนเลือก
 - หลังคามีสองสีให้เลือกตามจากตัวอย่างหลังคาจริง
 - ชุดเฟอร์นิเจอร์ Build-in ส่วนที่เป็นไม้จะมีสีให้ลูกค้าเลือก เช่น Beech, Cherry, Maple, White Oak, Dark Oak, White and    Grey ส่วนตัวหินแกรนนิตสามารถเลือกที่ตามบริษัทกำหนดให้ได้
 - ชุดสุขภัณฑ์จะมีสีให้เลือกตามผลิตภัณฑ์ของ Cotto
 - สีของเฟรมประตูและหน้าต่างมีสีดำกับขาวให้เลือก

คำถาม สีบ้านต้องมีการทาสีใหม่ระยะเวลานานแค่ไหน
ตอบ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นสีทึบหรือว่าสีใสที่โชว์ลายไม้และเป็นสีภายในหรือภายนอกตัวบ้าน สีภายนอกถ้าเป็นสีโชว์ลายไม้จะต้องมีการทาใหม่ทุกๆ 2 ปีเพื่อให้บ้านดูใหม่ แต่ถ้าใช้สีทึบไม่เห็นลายไม้จะใช้ได้นานถึง 10 ปีแล้วมีการทาสีใหม่ สีที่ใช้ภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นสีทึบหรือโชว์ลายไม้ก็ใช้ได้นานถึง 10 ปีแล้วค่อยมีการทาใหม่

คำถามเรื่องน้ำยากันปลวก
• คำถบอรา-แคร์ คืออะไร
บอรา-แคร์ เป็นสารป้องกันแมลงและเชื้อราที่มีความเป็นพิษต่ำ ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา
คิดค้นโดยไนซัส คอร์ปอเรชั่น (Nisus Corporation) บอรา-แคร์ สามารถแทรกซึมเข้าไปในไม้ทุกชนิด เช่น ไม้แปรรูป ไม้อัด แผ่นปาร์ติเกิ้ลและเอ็มดีเอฟ ป้องกันการเข้าทำลายของแมลงทำลายไม้ เช่น ปลวก มอดเจาะไม้มดไม้ และเชื้อราที่เป็นสาเหตุให้ไม้เน่าเปื่อย ผุพังจนไม่สามารถใช้งานได้บอรา-แคร์ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น จึงเหมาะสำหรับใช้กับไม้ทุกชิ้นที่เป็นส่วนประกอบของบ้าน เพื่อให้การปกป้องไม้ที่สมบูรณ์แบบและคุ้มค่ากว่าเพราะเป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียวแต่ให้การปกป้องคุ้มครองตลอดไป

คำถาม บอรา-แคร์ ปกป้องไม้ของท่านได้อย่างไร
คำตอบ หนึ่งในส่วนประกอบหลักของ บอรา-แคร์ คือ โบรอน ซึ่งเป็นแร่ธาตุธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เป็นพิษต่อแมลงหลายชนิด รวมทั้งเชื้อราที่ทำให้ไม้ผุและแบคทีเรียบางชนิด บอรา-แคร์ ทำลายจุลินทรีย์ที่ช่วยในการย่อยอาหารในลำไส้ของแมลง แมลงจะอดอาหารตายเมื่อใช้ บอรา-แคร์ จะกำจัดแมลงที่เข้าไปอาศัยอยู่ในเนื้อไม้แล้ว และป้องกันการเข้าทำลายไม้ใหม่ในระยะยาว แมลงที่เข้ามากัดกินไม้จะนำ บอรา-แคร์ เข้าไปในร่างกายด้วย แมลงบางชนิด เช่น มดไม้จะหลีกเลี่ยงไม้ที่ทาด้วยบอรา-แคร์ มดไม้จะแตกต่างจากปลวกคือ ไม่ต้องการกินไม้เป็นอาหารเพียงแต่ต้องการใช้ไม้เป็นที่สร้างรัง มดจะปล่อยสารซึ่งจะช่วยทำให้เนื้อไม้นุ่มขึ้นเพื่อให้สามารถนำไม้ออกได้ง่าย ขณะที่มดกำลังปล่อยและซึมสารเคมีเหล่านี้ บอรา-แคร์ ที่อยู่ในไม้ถูกนำเข้าไปในร่างกายมดจึงตายจาก
การอดอาหาร

คำถาม ไม้ที่ทาด้วย บอรา-แคร์ มีความปลอดภัยในการใช้งานหรือไม่
คำตอบ ไม้ที่ทาาด้วย บอรา-แคร์ ไม่เป็นพิษต่อคนและสัตว์ แต่ไม้บางชนิดอาจมีสารที่สร้างขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตราย หากสารเหล่านั้นถูกนำเข้าไปในร่างกาย

คำถามบอรา-แคร์ แตกต่างจากยาฆ่าแมลงชนิดอื่นๆอย่างไร
คำตอบ ยาฆ่าแมลง ส่วนใหญ่ออกฤทธิ์โดยทำให้ดินเป็นพิษ หรือโดยการสัมผัสกับตัวแมลง ซึ่งหมายความว่า อาจจะเกิดการเจือปนของยาฆ่าแมลงใกล้ๆ แหล่งน้ำ หรืออาจจะมีพิษตกค้างเหลืออยู่บนผิวดิน แต่ บอรา-แคร์จะใช้สำหรับทาบนผิวไม้โดยตรง จึงขจัดปัญหาการเจือปนของสารพิษในดินหรือน้ำ บอรา-แคร์ แทรกซึมเข้าไปทั่วทั้งเนื้อไม้ จึงไม่มีสารพิษบนผิวไม้บอรา-แคร์ ทำงานโดยการสะสมของสารออกฤทธิ์ในเนื้อไม้ โดยไม่มีการ สลายตัวหรือกลายเป็นไอระเหยเหมือนยาฆ่าแมลงหลายๆ ชนิด บอรา-แคร์ จึงคงประสิทธิภาพการป้องกันศัตรูทำลายไม้ได้กว้างขวาง โดยมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อย ดังนั้นพนักงานของท่านจึงสามารถใช้ บอรา-แคร์ กับไม้ที่ใช้ทั้งภายในและภายนอกได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ

 




Part of Flexiplan Group